เทคนิคการจับ พวงมาลัยรถยนต์ เชิงป้องกันอุบัติเหตุ

การจับพวงมาลัย ถือเป็นขั้นตอนสำคัญในการขับขี่อย่างปลอดภัย เพราะพวงมาลัยจะทำหน้าที่ควบคุมทิศทางของรถ โดยเทคนิคการหมุน พวงมาลัยรถยนต์ ที่ถูกต้อง ในการขับรถเชิงป้องกันอุบัติเหตุล่วงหน้าและใช้ในสถานการณ์ปกตินั้น จะมีการหมุนอยู่สองแบบก็คือ แบบดึงดัน ( pull-push steering ) และแบบคร่อมแขน ( hand – over – hand ) ซึ่งเป็นการหมุนพวงมาลัยในแบบที่ถูกต้องและเป็นแบบสากล ที่สามารถควบคุมทิศทางของรถได้ดีที่สุด

1. เทคนิคการหมุนพวงมาลัยแบบดึงดัน ( pull – push steering )

สำหรับเทคนิคการ พวงมาลัยรถยนต์ แบบดึงดัน ถือเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการควบคุมทิศทางของรถ ไม่ว่าจะเลี้ยวหรือเปลี่ยนทิศทางรถก็ให้ความนิ่มนวล และยังให้ความรู้สึกว่าสามารถควบคุมสถานการณ์ได้เสมอ โดยวิธีการหมุนพวงมาลัยนั้น จะต้องใช้มือทั้งสองข้างและต้องวางอยู่บนพวงมาลัยตลอดเวลา ซึ่งมือทั้งสองข้างจะต้องทำหน้าที่สลับกันในระหว่างทำการดึงและการดัน

2. เทคนิคการหมุนพวงมาลัยแบบคร่อมแขน ( hand-over-hand )

ต่อมาเป็นเทคนิคการหมุนพวงมาลัยแบบคร่อมแขนที่มักนิยมใช้กันโดยทั่วไป เพราะสะดวกและได้วงเลี้ยวที่กว้างกว่า เหมาะสำหรับการใช้ในการขับรถเชิงป้องกันอุบัติเหตุ แต่จะมีขอบเขตที่ค่อนข้างจำกัดและเหมาะสมแค่บางกรณีเท่านั้น อย่างเช่นกรณี ดังนี้

• กรณีการเลี้ยวที่มีมุมเลี้ยวมากกว่า 120 องศา

• กรณีการเลี้ยวกลับลำแบบยูเทิร์น

• กรณีการเลี้ยวมุมหักซึ่งเป็นวงเลี้ยวที่ค่อนข้างแคบ

• กรณีที่ต้องขับเข้าออกจากที่จอดรถด้วยความเร็วต่ำ

แต่การหมุนพวงมาลัยแบบคร่อมแขนนี้ก็ยังมีข้อเสียอยู่หลายข้อ เช่นกัน อย่างมือซ้ายและมือขวาจำเป็นจะต้องอยู่ไขว้กัน และบางช่วงจังหวะก็จะต้องจับพวงมาลัยไว้ด้วยมือแค่เพียงข้างเดียว ส่วนข้อดีของเทคนิคการใช้ พวงมาลัยรถยนต์ แบบคร่อมแขนก็คือ สามารถทำวงเลี้ยวได้รวดเร็วและยังให้การขับขี่ที่สนุกกว่าการหมุนพวงมาลัยแบบอื่นๆ

นอกจากนี้การหมุนพวงมาลัยในลักษณะนี้ ก็มีหลายอย่างที่มีความขัดแย้งกับการหมุนพวงมาลัยแบบดึงดัน เช่น มือซ้ายกับมือขวาจะข้ามตำแหน่งที่ 12 และ 18 นาฬิกา ซึ่งนี่เป็นข้อห้ามของการหมุนพวงมาลัยในแบบดึงดัน เพราะฉะนั้นก่อนที่จะใช้เทคนิคการหมุนพวงมาลัยแบบคร่อมแขน จะต้องแน่ใจก่อนว่าปลอดภัย และไม่มีความจำเป็นใดๆ ที่จะต้องแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินแบบฉุกละหุกในขณะที่กำลังหมุนพวงมาลัยอยู่

และนี่ก็คือ 2 เทคนิคการจับ พวงมาลัยรถยนต์ ในเชิงป้องกันอุบัติเหตุ ที่ถูกต้องและเหมาะสมตามแบบฉบับสากล เชื่อว่าคนที่ผ่านการทำใบขับขี่กันมาแล้วคงเข้าใจได้ไม่ยากแน่นอน โดยสามารถนำไปใช้ในการขับรถเชิงป้องกันอุบัติเหตุล่วงหน้าหรือนำใช้ในสถานการณ์ปกตินั้นๆ เพื่อการควบคุมทิศทางรถที่ดีที่สุด และนำไปสู่การขับขี่ที่ปลอดภัยตลอดทุกเส้นทาง

รูปภาพประกอบ : tqm.co.th

รูปภาพประกอบ : iamcar.net

ติดตามบทความเรื่องรถได้ที่ รวมเรื่องรถ
เวปไซด์ automotive-story.com และสามารถติดตาม บทความอื่นๆที่น่าสนใจได้ทาง facebook

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *