ยางรถยนต์ทนความเร็วได้แค่ไหน ดูตรงนี้เลย บนแก้มยาง 

ยางรถยนต์ทนความเร็วได้แค่ไหน ดูตรงนี้เลย บนแก้มยาง 

แน่นอนว่ายางรถยนต์นั้นถือว่าเป็นอีกส่วนหนึ่งที่สำคัญเป็นอย่างมาก ในการใช้งานรถยนต์บนท้องถนน แต่หลายคนก็คงจะคิดเช่นเดียวกันว่า ยางรถยนต์ก็เป็นเพียงแค่อุปกรณ์ส่วนหนึ่งของรถยนต์ที่สัมผัสพื้นเท่านั้นถ้าหากสึกหรอเป็นอย่างมากก็เปลี่ยนหรือถ้าหากครบระยะเวลาวันเดือนปีที่ผลิตก็เปลี่ยนเช่นเดียวกัน แต่อันที่จริงแล้ว ก่อนที่คุณจะเปลี่ยนยางรถยนต์ควรทำความรู้จักเกี่ยวกับข้อมูลเหล่านี้ ซึ่งจะสามารถช่วยทำให้คุณเลือกยางรถยนต์ที่เหมาะสมกับการใช้งานของคุณได้มากยิ่งขึ้น ด้วยการอ่านข้อมูลความทนทานบนข้างแก้มยางในปัจจุบัน 

1. มาทำความรู้จักกับ Treadwear ของยางรถยนต์ 

ส่วนใหญ่ค่ามาตรฐานของยางรถยนต์นั้นจะขึ้นอยู่กับ ค่าความทนทานที่แตกต่างกันโดยเฉพาะ Treadwear ค่าความทนทานรูปแบบหนึ่ง ซึ่งสามารถบอกเกรดเนื้อยางได้ที่เรียกว่า Uniform Tyre Quality Grading (UTQG) สามารถไล่ตามลำดับได้ตั้งแต่ 200 จนสูงสุดถึง 800  ซึ่งจะบอกเกรดของเนื้อยางได้เป็นอย่างดี สำหรับรถที่ใช้บรรทุกจำนวนมาก และเดินทางไกล ก็ขอแนะนำให้ใช้เรทยางที่มีค่าสูง ซึ่งจะสามารถช่วยลดการสึกหรอของรถยนต์ได้เป็นอย่างดี และแน่นอนว่าช่วยยืดอายุการเปลี่ยนยางได้มากกว่าเดิมหลายเท่าตัว 

แต่ถ้าหากเป็นรถยนต์ที่วิ่งน้อย ต้องการความนุ่มนวลสะดวกสบาย และเสียงไม่ดัง ก็ขอให้เลือกค่าTreadwear ที่ต่ำ บอกเลยว่าสามารถช่วยตอบโจทย์คุณได้อย่างแท้จริง แต่ก็มีข้อเสียตรงที่ยางของคุณนั้นจะสึกหรออย่างรวดเร็ว ซึ่งมีโอกาสได้เปลี่ยนยางบ่อยเช่นเดียวกัน 

2. ข้อดี และข้อเสียที่แตกต่างกัน ของความทนทานของยางรถยนต์ 

ถ้าหากจะอธิบายถึงความแตกต่างของยางรถยนต์ ที่มีค่า Treadwear สูงแล้ว ต้องบอกเลยว่าเหมาะสำหรับการใช้งานกับการขนส่ง และวิ่งระยะทางไกลเท่านั้น ซึ่งเนื้อสัมผัสยางจะแข็งมาก และมีความทนทานสูง 

แต่ถ้าหากเป็นยางรถยนต์ที่มีค่า Treadwear ที่ต่ำก็จะเน้นไปทางด้านการขับขี่เพื่อความสะดวกสบาย และการยึดเกาะถนนที่ยอดเยี่ยม แต่ก็ส่งผลเสียกับการใช้งานในปัจจุบัน เพราะว่าสึกหรอได้อย่างรวดเร็ว 

ซึ่งสิ่งเหล่านี้นั้นก็ควรจะเลือกให้เหมาะสมกับงาน และเนื้อของล้อยางรถยนต์ ซึ่งจะสามารถช่วยทำให้คุณนั้นตอบสนองกับการใช้งานได้ดีมากยิ่งขึ้นกว่าเดิมอย่างแน่นอน 

3. มาตรฐานแต่ละยี่ห้อไม่เหมือนกันกับความทนทานค่า Treadwear

สำหรับใครที่คิดว่าผู้ผลิตแต่ละยี่ห้อมีมาตรฐานในการตรวจสอบ Treadwear ในปัจจุบันก็ต้องบอกเลยว่าไม่ใช่โดยเฉพาะ บางยี่ห้อก็อาจจะมีตัวเลขที่ไม่เป็นมาตรฐานเดียวกัน ซึ่งในปัจจุบันทั้งภาครัฐ และฝ่ายควบคุมของแต่ละบริษัท และโรงงานก็ยังไม่มีข้อมูลตัวใดที่เข้ามากำหนดอย่างแน่ชัด เพราะฉะนั้นแล้วถ้าหากคุณเป็นแฟนคลับของยางรถยนต์ยี่ห้อใด ก็ขอแนะนำให้ศึกษาข้อมูลโดยละเอียดก่อนที่จะตัดสินใจซื้อยางในครั้งต่อไป ซึ่งจะสามารถช่วยทำให้คุณเลือกยางรถยนต์ที่ตอบสนองความต้องการของคุณได้มากกว่าเดิมอย่างแน่นอน 

สรุปความน่าสนใจของ Treadwearกลับยางรถยนต์ 

สำหรับท่านใดที่กำลังมองหายางรถยนต์ที่ดี และมีประสิทธิภาพข้อมูลเหล่านี้ น่าจะตอบโจทย์คุณได้ไม่มากก็น้อย แล้วที่สำคัญการเลือกยางรถยนต์ที่เหมาะสมกับรถของคุณ จะทำให้คุณประหยัดเงินได้มากกว่าเดิมแน่นอนเราอยากเป็นอีกส่วนหนึ่งที่สามารถช่วยคุณได้ ในการตัดสินใจครั้งต่อไป เพราะฉะนั้นลองนำไปใช้กัน แล้วคุณจะพบว่าการเลือกยางครั้งต่อไปนั้นดีกว่าเดิมอย่างแน่นอน 

ขอขอบคุณภาพจาก https://pixabay.com/

ติดตามบทความเรื่องรถได้ที่ รวมเรื่องรถ
เวปไซด์ automotive-story.com และสามารถติดตาม บทความอื่นๆที่น่าสนใจได้ทาง facebook

มารยาทที่จำเป็นสำหรับการจอดรถซ้อนคัน 

มารยาทที่จำเป็นสำหรับการจอดรถซ้อนคัน 

สำหรับการจอดรถซ้อนคันในปัจจุบันก็ต้องบอกเลยว่าเป็นเรื่องที่ทำได้ตามกฎ และเงื่อนไขของสถานที่ และแน่นอนว่าถ้าคุณต้องการจอดรถซ้อนคันอย่างสุภาพ คุณก็ควรจะปฏิบัติตามวิธีการที่ถูกต้องสำหรับการจอดรถซ้อนคันอย่างมีมารยาท แน่นอนว่าในบทความนี้เราจะมาอธิบายถึงวิธีการที่ดี และเหมาะสม ซึ่งวิธีการทั้งหมดก็มีดังต่อไปนี้ 

1. การจอดรถซ้อนคันอย่างมีมารยาทควรจะตั้งพวงมาลัยให้ตรงเกียร์ว่าง 

สิ่งนี้ถือว่าเป็นพื้นฐานในการจอดรถซ้อนคันที่ผู้ขับขี่ที่อยู่ช่องภายใน สามารถเคลื่อนรถออกได้ง่ายที่สุด โดยเฉพาะการจอดรถในพื้นที่ที่มีการจอดที่จำกัด คุณนั้นก็สามารถเข้ามาจอดรถได้ตามกฎกติกา และเงื่อนไขของทางสถานที่แล้วที่สำคัญที่สุดคุณควรจะปลดเกียร์ว่าง และตั้งพวงมาลัยรถให้ตรง 

แน่นอนว่าถ้าคุณทำในลักษณะนี้ผู้ที่ขับขี่ภายใน จะสามารถเคลื่อนรถของเราได้ง่ายยิ่งขึ้นกว่าเดิม และการตั้งพวงมาลัยให้ตรงจะช่วยลดอุบัติเหตุที่จะเกิดขึ้นได้อย่างแน่นอน ขอแนะนำวิธีนี้บอกเลยว่าดีจริง 

2.พยายามตรวจสอบเบรกมือทุกครั้ง ว่าไม่ได้หรอก 

แน่นอนว่าสำหรับรถส่วนใหญ่ ที่จอดรถซ้อนคันก็จะประสบปัญหาเดียวกัน นั่นก็คือ ล็อคเบรกมือเอาไว้       อันที่จริงคุณควรจะดูเสียก่อนว่า รถของคุณมีระบบเบรกมืออัตโนมัติหรือไม่ ถ้ามีคุณก็ควรจะปลดล็อคเบรกมือด้วยระบบของตัวเองก่อน ซึ่งวิธีนี้จะสามารถช่วยให้คุณนั้น ไม่ต้องประสบปัญหาที่น่ารำคาญใจตรงที่ว่าคุณนั้นจะต้องเดินทางเพื่อกลับมาเคลื่อนรถด้วยตัวของคุณเอง 

3. ควรมีกระดาษโน้ตเบอร์โทรศัพท์ และคำอธิบายติดหน้ารถทุกครั้ง 

วิธีนี้จะสามารถช่วยให้ผู้ที่จอดรถภายในช่องจอดรถสามารถติดต่อคุณได้ เพราะรถบางรุ่นบางยี่ห้อก็จะมีระบบล็อคอัตโนมัติ ซึ่งไม่สามารถขยับเขยื้อนได้ และวิธีการใช้กระดาษโน้ตติดเบอร์โทรศัพท์หรือคำอธิบายนี้ ก็จะสามารถช่วยให้ผู้ที่จอดอยู่ภายใน สามารถนำรถออกไปได้ง่ายอย่างรวดเร็ว 

แต่อย่างไรก็ตามคุณจะต้องรีบเดินทางมาที่รถยนต์ของคุณโดยทันทีเมื่อได้รับการติดต่อ เพราะนั่นถือว่าเป็นมารยาทอีกรูปแบบหนึ่ง ที่สามารถช่วยให้คุณนั้นดูเป็นคนมารยาทที่ดี และคุณจะไม่ต้องกังวลใจกับการจอดรถซ้อนคันอีกต่อไปอย่างแน่นอน 

สรุปความน่าสนใจของเทคนิคการจอดรถซ้อนคันแบบมีมารยาท 

การจอดรถซ้อนคันนั้นในบางครั้งอาจจะเป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้ แต่เรานั้นสามารถเปลี่ยนเรื่องราวเหล่านี้ให้กลายเป็นความสะดวกสบายของทั้งสองฝ่ายได้แบบง่าย ๆ ด้วยวิธีการเหล่านี้ และหากคุณได้ประสบปัญหาเหล่านี้เช่นเดียวกัน ในปัจจุบันเราก็อยากจะแนะนำให้คุณนั้นลองนำวิธีการเหล่านี้ไปใช้ดูแน่นอนว่าน่าจะได้ผลดีในระดับหนึ่งเลยทีเดียว 

ขอขอบคุณภาพจาก https://pixabay.com/

ติดตามบทความเรื่องรถได้ที่ รวมเรื่องรถ
เวปไซด์ automotive-story.com และสามารถติดตาม บทความอื่นๆที่น่าสนใจได้ทาง facebook

นี่คือเหตุผลว่าทำไมควรจะเช็คผ้าเบรก ทุก 30,000 –  50,000 กิโลเมตร 

นี่คือเหตุผลว่าทำไมควรจะเช็คผ้าเบรก ทุก 30,000 -  50,000 กิโลเมตร 

สำหรับการขับขี่การใช้รถบนถนนในปัจจุบัน สิ่งที่จำเป็นไม่น้อยหน้ากว่าเครื่องยนต์ และการดูแลสมรรถนะนั่นก็คือผ้าเบรก ใช่แล้วสิ่งนี้จำเป็นอย่างมากสำหรับการช่วยให้ชีวิตของคุณนั้นปลอดภัยมากยิ่งขึ้นหลังพวงมาลัยรถยนต์ ซึ่งถ้าหากคุณละเลยความปลอดภัยในจุดนี้ คุณก็อาจจะเกิดอันตรายที่ไม่คาดคิดได้เช่นเดียวกัน และนี่ก็คือสิ่งที่คุณนั้นอาจจะพบเจอได้ถ้าหากคุณละเลยการตรวจสอบ และการตรวจเช็คผ้าเบรกทุก 30,000 – 50,000 กิโลเมตรในปัจจุบัน 

1. อาการพวงมาลัยสั่นควบคุมไม่ได้เมื่อเหยียบเบรก 

สำหรับรถที่วิ่งมาด้วยความเร็วไม่สูงมากนัก คุณก็อาจจะไม่รู้สึกถึงอาการสั่นหรือการควบคุมรถยนต์ที่ไม่สมบูรณ์ แต่แน่นอนว่าถ้าหากคุณขับรถมาเร็วแล้วเกิดเหตุการณ์จะต้องเหยียบเบรกกะทันหัน สิ่งเหล่านี้นั้นอาจจะทำให้คุณนั้นเกิดอุบัติเหตุขึ้นได้ ซึ่งทางที่ดีที่สุด คุณควรจะตรวจสอบ และตรวจเช็คประสิทธิภาพของแต่ละล้อว่าสามารถใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพ และผ้าเบรกพร้อมใช้หรือไม่ ซึ่งวิธีนี้จะสามารถช่วยให้คุณนั้นคลายความกังวลใจได้เลยทีเดีย วถ้าหากคุณตรวจสอบเป็นประจำ 

2. การตรวจเช็คน้ำมันเบรกเป็นประจำ 

น้ำมันเบรกนั้นอาจจะไม่ต้องถึงเวลาตามกำหนดก็ได้ ซึ่งคุณนั้นสามารถตรวจเช็คได้ด้วยตัวของคุณเองเกี่ยวกับอาการรั่วซึมตามจุดต่าง ๆ หรือไม่ก็น้ำมันเบรกของคุณนั้นลดต่ำกว่าปกติ ซึ่งเราขอแนะนำให้คุณนั้นหามาเพิ่มเติมโดยเร็ว ซึ่งวิธีนี้จะสามารถช่วยให้คุณนั้นขับขี่รถยนต์ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และแน่นอนว่าสามารถช่วยให้ผ้าเบรกของคุณนั้นทำงานได้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม บอกเลยว่าสามารถช่วยลดความเสี่ยงทางด้านอุบัติเหตุได้มากเลยทีเดียว 

3. เหยียบเบรกแล้วมีเสียงดังผิดปกติ 

สิ่งนี้ถือว่าเป็นสัญญาณเตือนอีกรูปแบบหนึ่งที่คุณนั้นควรที่จะต้องระวังเป็นอย่างมาก เพราะว่าปกติแล้วการเหยียบเบรกในแต่ละครั้งไม่ควรที่จะต้องมีเสียงแต่อย่างใด 

แต่ถ้าหากมีอาการเสียงดังที่ผิดปกติ ขอแนะนำให้คุณนั้นนำรถของคุณเข้าไปพบช่างโดยด่วน ซึ่งในบางครั้งอาจจะมีปัญหาเกี่ยวกับระบบการทำงานของเบรกรถยนต์ของคุณที่ผิดปกติหรือไม่ผ้าเบรกก็อาจจะหมดก่อนช่วงเวลาที่จำเป็นต้องเปลี่ยน สิ่งเหล่านี้นั้นสามารถเกิดขึ้นได้ และเราไม่อยากให้ความเสี่ยงทางด้านความปลอดภัยเกิดขึ้นกับคุณอย่างแน่นอน เพราะฉะนั้นไม่ควรละเลยโดยเด็ดขาด นำรถของคุณเข้าหาผู้เชี่ยวชาญ ภายในทันที บอกได้เลยว่าสามารถช่วยแก้ปัญหาให้คุณได้อย่างแน่นอน 

สรุปความน่าสนใจของการตรวจเช็คผ้าเบรกรถยนต์อย่างเหมาะสม 

แน่นอนว่าสำหรับการที่เรามีระบบเบรกที่ดี และมีคุณภาพย่อมสามารถทำให้คุณนั้นขับขี่รถยนต์ในปัจจุบันให้ปลอดภัยมากยิ่งขึ้นได้ และหากคุณลองนำวิธีเหล่านี้ไปใช้ดูแล้วได้ผลอย่างไร ก็อย่าลืมแนะนำเพื่อนคนอื่นด้วยนะ เพราะว่าวิธีการเหล่านี้นั้นสามารถช่วยดูแลคนที่คุณรักได้เช่นเดียวกัน แล้วเจอกันใหม่นะทุกคนสำหรับคนรักรถโดยตรง อย่าลืมเข้ามาอ่านเพิ่มเติมในบทความของเรา 

ขอขอบคุณภาพจาก https://pixabay.com

ติดตามบทความเรื่องรถได้ที่ รวมเรื่องรถ
เวปไซด์ automotive-story.com และสามารถติดตาม บทความอื่นๆที่น่าสนใจได้ทาง facebook

สิ่งที่คุณควรรู้ไส้กรองอากาศสกปรกควรเป่า หรือควรเปลี่ยนอันไหนดีกว่ากัน 

สิ่งที่คุณควรรู้ไส้กรองอากาศสกปรกควรเป่า หรือควรเปลี่ยนอันไหนดีกว่ากัน 

แน่นอนว่าอุปกรณ์อีกชิ้นหนึ่งที่จำเป็นในการขับขี่รถยนต์ที่สุด แต่หลายคนก็ละเลยเช่นเดียวกันนั่นก็คือไส้กรองอากาศรถยนต์ โดยเฉพาะความสะอาดภายในระบบการนำอากาศเข้าไปสู่ห้องเครื่อง ก็ถือว่าเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่จำเป็นมากๆ ในการใช้งานรถยนต์ของคุณโดยรวม แน่นอนว่าถ้าหากคุณนั้นละเลยสิ่งเหล่านี้ไปก็อาจจะทำให้รถยนต์ของคุณนั้นเกิดการชำรุดได้เร็วมากยิ่งขึ้น และแน่นอนว่าเสียสุขภาพเราอย่างแน่นอน แต่อย่างไรก็ตามมีหลายคนเกิดคำถามเช่นเดียวกันว่า การที่เราใช้งานไส้กรองอากาศรถยนต์เป็นประจำ เราควรจะเปลี่ยนหรือแค่เป่าดีในบทความนี้มีคำตอบให้กับคุณ 

การเป่าไส้กรองอากาศรถยนต์ควรจะทำในลักษณะใด 

สำหรับคนที่ต้องการทำความสะอาดด้วยการเป่าไส้กรองอากาศรถยนต์ของตัวเอง เราก็ต้องขอบอกเลยว่าคุณนั้นควรจะทำเป็นประจำ 

ใช้แล้วคุณอ่านไม่ผิดแต่อย่างใด ไส้กรองอากาศรถยนต์นั้นเป็นส่วนที่กรองอากาศเข้าไปในระบบภายในเครื่องยนต์ และระบบการเผาไหม้ 

ถ้าจะให้ดีควรจะทำความสะอาดอย่างน้อย 2 สัปดาห์ต่อครั้ง จนกว่าจะครบช่วงเวลาการเปลี่ยนมาตรฐาน แต่ถ้าหากคุณเป่าทำความสะอาดเป็นประจำ คุณก็สามารถยืดอายุการเปลี่ยนไส้กรองอากาศรถยนต์ได้มากกว่าเดิม ถึง 50% เลยทีเดียว 

การเปลี่ยนไส้กรองอากาศรถยนต์กับช่วงเวลาที่เหมาะสม 

สำหรับไส้กรองอากาศรถยนต์ที่ผ่านการใช้งานมานาน โดยเฉพาะการทำงานอย่างสมบุกสมบัน มักจะมีสิ่งสกปรกตกค้างอยู่ในไส้กรองอากาศรถยนต์เป็นจำนวนมาก 

ช่วงเวลาในการเปลี่ยนที่เหมาะสมนั้น จะขึ้นอยู่กับอายุการใช้งานตามหลักกิโลเมตร ซึ่งส่วนใหญ่สำหรับการใช้งานแบบมาตรฐานโดยที่ไม่ก่อผลเสียให้กับรถยนต์ ก็จะถูกกำหนดระยะเวลาเอาไว้ประมาณ 

10,000 กิโลเมตร ซึ่งจะสามารถช่วยยืดอายุการทำงานของห้องเครื่อง และระบบการเผาผลาญเชื้อเพลิงได้ดีมากยิ่งขึ้น นอกเหนือจากนั้นก็ยังมีประโยชน์ในการช่วยกำจัดปัญหาเรื่องคราบเขม่า ซึ่งจะช่วยลดการสึกหรอของเครื่องยนต์ของคุณได้ดีเลยทีเดียว 

วิธีการที่ดีที่สุดสำหรับการใช้งานไส้กรองอากาศรถยนต์อย่างถูกต้อง 

การใช้งานไส้กรองอากาศรถยนต์ที่ถูกต้อง เราก็ต้องขอบอกเลยว่าให้คุณนั้นซื้อของแท้มาใช้อันนี้แหละดีที่สุดเลย 

ครับ เพราะว่าส่วนใหญ่ไส้กรองอากาศที่ขายอยู่ตามท้องตลาดมีทั้งเหมือนแท้บ้าง เกรดเอบ้าง และของแท้สลับสับเปลี่ยนกันไป 

เส้นทางที่ดีที่สุดที่ทำให้รถยนต์ของคุณนั้นมีประสิทธิภาพในการใช้งานนั้นก็คือใช้งาน นั่นก็คือการเปลี่ยนอุปกรณ์ที่ศูนย์โดยตรงที่มั่นใจได้ ซึ่งวิธีนี้จะสามารถช่วยทำให้คุณนั้นปลอดภัยจากของก็อปของปลอมได้อย่างแน่นอน 100% 

สรุป ความรู้เกี่ยวกับไส้กรองอากาศรถยนต์ 

ใครที่คิดว่าอยากจะดูแลรถยนต์ของคุณให้ดี คุณก็ควรจะศึกษาเรื่องนี้เพิ่มเติม เพราะไส้กรองอากาศรถยนต์นั้นเป็นอีกส่วนหนึ่งที่ทำให้รถของคุณนั้นมีประสิทธิภาพการเผาไหม้เชื้อเพลิงดีมากยิ่งขึ้น และถนอมเครื่องยนต์ให้มีอายุการใช้งานได้ยาวนานเช่นเดียวกัน และการที่ซื้อของแท้มาใช้งานนับได้ว่าเป็นวิธีการที่ชาญฉลาดที่สุด ซึ่งจะสามารถช่วยทำให้รถยนต์ของคุณนั้นเครื่องยนต์ใหม่อยู่เสมอได้แบบง่ายๆ เลยทีเดียว 

ขอขอบคุณภาพจาก https://pixabay.com/

ติดตามบทความเรื่องรถได้ที่ รวมเรื่องรถ
เวปไซด์ automotive-story.com และสามารถติดตาม บทความอื่นๆที่น่าสนใจได้ทาง facebook

วิธีการตรวจสอบรถยนต์เพื่อให้พร้อมเข้าสู่ฤดูร้อน 

วิธีการตรวจสอบรถยนต์เพื่อให้พร้อมเข้าสู่ฤดูร้อน 

สำหรับคนที่ขับขี่ยานพาหนะ และรถยนต์บนท้องถนนเป็นประจำสิ่งที่จำเป็นมากที่สุด นั่นก็คือการดูแลรถยนต์ของคุณให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานอยู่ตลอดเวลา ต้องบอกเลยว่าวิธีการในลักษณะนี้มีประโยชน์มาก ๆ เพราะช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดอุบัติเหตุได้เป็นอย่างดี

แต่อย่างไรก็ตามในการดูแลรถยนต์ในปัจจุบันให้พร้อมเข้าสู่ช่วงฤดูร้อนของประเทศไทยนั้น ก็เป็นเรื่องที่หลายคนนั้นไม่ค่อยมีความรู้มากนักอย่างแน่นอน โดยเฉพาะความร้อนที่ผิดปกติเป็นอย่างมากที่จะขึ้นสูง จนถึงขั้นรถนำเข้าจากต่างประเทศบางรุ่นบางยี่ห้ออาจจะพบกับปัญหาในการทำงานของระบบภายในเลยก็เป็นไปได้ เราจะพาทุกคนไปรู้จักกับวิธีการเตรียมพร้อมก่อนที่จะเข้าสู่ช่วงหน้าร้อนกัน รับรองว่ามีประโยชน์กับคุณกับการใช้งานจริงอย่างแน่นอน กับการดูแลรถยนต์ปี 2022 ในปัจจุบัน 

1. ระบบหม้อน้ำ 

สำหรับรถบางคันที่ดี และมีคุณภาพสูงในช่วงเวลาปกติอาจจะขับขี่ได้อย่างสะดวกสบาย แต่ถ้าหากเข้าสู่ช่วงหน้าร้อนสิ่งที่จำเป็น นั่นก็คือระบบคายความร้อนภายใน โดยเฉพาะหม้อน้ำ คุณควรจะตรวจสอบว่าหม้อน้ำของคุณนั้นมีการชำรุดหรืออุดตันหรือไม่ และควรจะใช้น้ำยาหล่อเย็นเพิ่มเติมจะสามารถช่วยป้องกันปัญหาในระยะยาวได้มากกว่าเดิมอย่างแน่นอน อันนี้เรากล้ารับประกัน 

2. อุปกรณ์ท่อยางภายในระบบการทำงานของรถยนต์ 

ด้วยความร้อนที่สูงผิดปกติ อาจจะทำให้ชิ้นส่วนอุปกรณ์เครื่องยนต์บางอย่างนั้นชำรุดได้ สิ่งนี้ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรสำหรับความร้อนที่ประเทศไทยกับอุปกรณ์ต่าง ๆ ในรถยนต์ ซึ่งคุณนั้นควรจะตรวจสอบดูให้แน่ใจเสียก่อนว่าอุปกรณ์เหล่านั้นอยู่ในสภาพพร้อมใช้งานหรือเปล่า แต่ถ้าหากไม่อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์มากนัก ขอแนะนำให้คุณนั้นเปลี่ยนก่อนที่จะเข้าถึงช่วงเวลาฤดูร้อน เพราะว่าจะสามารถช่วยทำให้ระบบคายความร้อน และการขับขี่รถยนต์ของคุณนั้นปลอดภัยมากยิ่งขึ้นกว่าเดิมหลายเท่าเลยทีเดียว 

3. ระบบทำความเย็นภายในรถ 

สิ่งนี้ถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญมากไม่น้อยไปกว่าระบบเครื่องยนต์ภายในรถแต่อย่างใด โดยเฉพาะระบบปรับอากาศภายในรถ แน่นอนว่าถ้ามีปัญหาขึ้นมาในช่วงฤดูร้อน การซ่อมบำรุงนั้นจะยุ่งยากเป็นอย่างมาก เพราะส่วนใหญ่จะมีผู้ที่ประสบปัญหาเช่นเดียวกันกับคุณเป็นจำนวนมาก จึงทำให้การซ่อมแซมระบบทำความเย็นภายในรถของคุณนั้นเป็นเรื่องที่ยากมากเลยทีเดียว เพราะฉะนั้นแล้วเราจึงอยากจะแนะนำให้คุณตรวจสอบก่อนที่จะเข้าสู่ช่วงเวลาฤดูร้อน เพื่อที่จะให้รถยนต์ของคุณนั้นพร้อมใช้มากที่สุดในปัจจุบัน 

สรุปความน่าสนใจของการดูแลรถยนต์ก่อนเข้าช่วงฤดูร้อน 

การดูแลรักษารถยนต์ให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้นั้น ถือว่าเป็นเรื่องพื้นฐานโครงการดูแลรถยนต์ เพื่อความปลอดภัยในการขับขี่ แต่สำหรับตอนช่วงฤดูร้อนหรือช่วงเวลาที่อากาศนั้นผิดปกติ คุณก็ควรจะใส่ใจทางด้านอุปกรณ์ต่าง ๆ และการทำงานตามจุดที่มีความเสี่ยงเป็นพิเศษ ซึ่งจะสามารถช่วยป้องกันการเกิดปัญหาในอนาคตได้อย่างแน่นอน เพราะฉะนั้นแล้วลองนำข้อมูลเหล่านี้ไปใช้ดู รับรองได้เลยว่าจะช่วยป้องกันปัญหาให้กับคุณได้ไม่มากก็น้อย

ขอบคุณภาพฟรี:  https://pixabay.com

ติดตามบทความเรื่องรถได้ที่ รวมเรื่องรถ
เวปไซด์ automotive-story.com และสามารถติดตาม บทความอื่นๆที่น่าสนใจได้ทาง facebook

ภัยเงียบที่ควรระวังจากพวงมาลัยสั่น เกิดขึ้นเพราะสาเหตุใด แล้วแก้ยังไงถึงจะหาย 

ภัยเงียบที่ควรระวังจากพวงมาลัยสั่น เกิดขึ้นเพราะสาเหตุใด แล้วแก้ยังไงถึงจะหาย 

ปัญหาเรื่องพวงมาลัยรถยนต์สั่น สำหรับนักขับขี่รถยนต์มือใหม่อาจจะอ่านดูแล้วไม่ใช่เรื่องที่น่าตกใจอะไรแต่เชื่อไหมว่าปัญหาเหล่านี้สำหรับคนที่ขับรถมานาน หรือเป็นผู้เชี่ยวชาญในการใช้รถบนท้องถนนเมื่อได้พบเจอแล้วต้องกังวลใจเป็นอย่างมากอย่างแน่นอน ก็เพราะว่ามันสามารถบ่งบอกถึงระบบช่วงล่างหรือการทำงานที่ผิดปกติได้หลากหลายรูปแบบ ซึ่งแน่นอนว่าการทำงานที่ผิดปกติของรถยนต์ของคุณนั้นสามารถทำให้เกิดปัญหาใหญ่ในอนาคตได้เลยทีเดียว ซึ่งสาเหตุการเกิดปัญหาพวงมาลัยสั่น เกิดขึ้นได้ด้วยสาเหตุจากอาการผิดปกติดังต่อไปนี้ 

1. การตั้งศูนย์ถ่วงล้อไม่สมบูรณ์ 

สำหรับใครที่ใช้รถมาเป็นเวลานานแล้ว ปัญหาพวงมาลัยสั่นก็อาจจะเกิดขึ้นจากสาเหตุนี้ได้เช่นเดียวกัน 

โดยเฉพาะระบบศูนย์ถ่วงล้อไม่สมบูรณ์ ส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นจากการใช้งานมานานแล้วขาดการดูแล ซึ่งวิธีการรักษา และแก้ไขปัญหาก็ไม่ยุ่งยาก เพียงแค่คุณนั้นเข้าไปที่ร้านตั้งศูนย์ถ่วงล้อก็สามารถช่วยแก้ไขปัญหาเหล่านี้ได้โดยทันที

2. ชุดควบคุมพวงมาลัย และช่วงล่าง 

สำหรับปัญหานี้พบเจอบ่อยมาก นั่นก็คือระบบชุดควบคุมระบบของพวงมาลัย และอุปกรณ์ช่วงล่างเกิดชำรุด โดยเฉพาะระบบการทรงตัวถือว่าเป็นอะไรที่สำคัญมาก ถ้าหากคุณนั้นคิดว่าเกิดอาการพวงมาลัยสั่นเกิดขึ้นจากการขับขี่แบบต่อเนื่อง คุณก็ควรจะตรวจเช็คระบบชุดควบคุมพวงมาลัยด้วย ซึ่งบอกเลยว่าสามารถช่วยให้คุณนั้นหลีกเลี่ยงปัญหาอาการชำรุดที่มีค่าใช้จ่ายสูงได้อย่างแน่นอน และที่สำคัญที่สุดยังสามารถช่วยหลีกเลี่ยงอุบัติเหตุจากความเสียหายของระบบช่วงล่างได้มากกว่าเดิมหลายเท่าอีกด้วย 

3. ระบบจานเบรกมีปัญหา 

อีกหนึ่งสาเหตุที่สามารถทำให้การทำงานของช่วงล่าง และพวงมาลัยของคุณทำงานผิดปกติได้ นั่นก็คือระบบจานเบรก

ในบางครั้งปัญหาในลักษณะนี้ก็สามารถเกิดขึ้นได้ที่เดียวกัน ซึ่งสามารถทำให้การขับขี่รถยนต์ของคุณนั้นไม่ปลอดภัยอีกต่อไป ซึ่งการตรวจเช็คโดยรวมของระบบการเบรก และการจุดยางล้อเหล่านั้น ในบางครั้งก็ถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญเป็นอย่างมาก ซึ่งถ้าหากคุณใส่ใจในรายละเอียดเหล่านี้ จะสามารถช่วยป้องกันปัญหาการเกิดอุบัติเหตุในอนาคตได้มากเลยทีเดียว

สรุปวิธีการแก้ปัญหาพวงมาลัยสั่น 

แน่นอนว่าข้อมูลเหล่านี้เป็นปัญหาเบื้องต้นสำหรับอาการพวงมาลัยรถยนต์สั่นในปัจจุบัน และถ้าหากคุณมีปัญหาเหล่านี้อยู่ในปัจจุบัน คุณลองนำข้อมูลเหล่านี้ไปเทียบเทียมดู น่าจะช่วยแก้ปัญหาให้คุณได้มากยิ่งขึ้น ไม่มากก็น้อยอย่างแน่นอน แต่อย่างไรก็ตามถ้าหากปัญหาของคุณยังไม่หาย ขอแนะนำให้คุณนั้นเข้าศูนย์ตรวจเช็คสภาพรถนี่แหละเป็นวิธีการที่ดีที่สุด จะสามารถช่วยแก้ปัญหาให้กับคุณได้ 100% อย่างแน่นอน

ขอบคุณภาพฟรี:  https://pixabay.com

ติดตามบทความเรื่องรถได้ที่ รวมเรื่องรถ
เวปไซด์ automotive-story.com และสามารถติดตาม บทความอื่นๆที่น่าสนใจได้ทาง facebook

4 สัญญาณเตือนอันตราย ควรเปลี่ยนยางรถยนต์สำหรับผู้หญิงควรรู้ 

4 สัญญาณเตือนอันตราย ควรเปลี่ยนยางรถยนต์สำหรับผู้หญิงควรรู้ 

อันนี้ต้องบอกเลยว่ายางรถยนต์นั้นสำหรับผู้หญิง ถือว่าเป็นเรื่องที่ห่างไกลตัวเองเป็นอย่างมาก และถ้าหากคุณเป็นอีกคนหนึ่งที่ไม่ค่อยได้ใส่ใจ คิดว่าการขับขี่รถยนต์นั้นต้องตรวจสอบระบบเฉพาะเครื่องยนต์ เพียงอย่างเดียว คุณคิดผิดเป็นอย่างมาก เพราะว่ายางรถยนต์นั้นก็ถือว่าเป็นอีกส่วนหนึ่งเช่นเดียวกันที่จำเป็น และสุ่มเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุได้ง่าย ๆ เลยทีเดียว เพราะฉะนั้นแล้วเราจึงได้นำข้อมูลเหล่านี้มาฝากทุกคนกันเพื่อที่จะได้ระมัดระวัง และสังเกตยางรถยนต์ของคุณได้เองว่าควรที่จะเปลี่ยนแล้วหรือยัง 

1. ยางรถยนต์ของคุณนั้นไม่เกาะถนนไม่มีดอกยาง 

ลักษณะของยางรถยนต์ที่ดีก็ต้องมีลายของยาง และการยึดเกาะถนนที่ยอดเยี่ยม ถ้าหากไม่มีดอกยางไว้สำหรับการยึดเกาะถนน อาจจะทำให้คุณนั้นเกิดอุบัติเหตุได้ง่ายยิ่งขึ้นกว่าเดิม สิ่งที่คุณควรสังเกตนั้นก็คือ พื้นยางมีพื้นที่ของลายยางมากพอ ที่จะสามารถใช้ขับบนถนนช่วงเวลาฝนตกได้ แต่ถ้าหากไม่มีแล้ว เราก็ขอแนะนำให้เปลี่ยนได้โดยทันที เพราะไม่เช่นนั้นอาจจะสุ่มเสี่ยงการเกิดอุบัติเหตุในอนาคตได้เช่นเดียวกัน 

2. รอยร้าวบริเวณแก้มยางรถยนต์ สัญญาณอันตรายของยางเสื่อมสภาพ 

แน่นอนว่าสิ่งนี้อันตรายมาก นั่นก็คือการเสื่อมสภาพของยางส่วนใหญ่ประมาณ 80% จะเกิดขึ้นได้กับยางรถยนต์ที่ใช้งานไม่ค่อยบ่อย และมีเวลาการจอดเป็นระยะเวลานาน ๆ ยางเหล่านี้จะเสื่อมสภาพอย่างรวดเร็ว 

ซึ่งแน่นอนว่าจะใช้เวลาการเสื่อมสภาพเหล่านี้ประมาณ 1 – 2 ปี ซึ่งถ้าหากเกิดปัญหาเหล่านี้ขึ้นแล้วขอแนะนำให้คุณนั้น เปลี่ยนยางใหม่โดยทันทีเพื่อความปลอดภัยในชีวิตของคุณเอง เพราะในบางครั้งการขับยานพาหนะที่ไม่สมบูรณ์ โดยเฉพาะยางรถยนต์ที่ไม่มีคุณภาพ ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่เสี่ยงมากในการขับขี่รถยนต์บนท้องถนนในปัจจุบัน 

3. ยางรถยนต์ที่มีลักษณะบวม 

อีกหนึ่งสิ่งที่อันตรายไม่แพ้กัน นั่นก็คือยางรถยนต์ที่หมดสภาพ และมีลักษณะบวม ซึ่งบอกได้เลยว่าเสี่ยงอันตรายเป็นอย่างมากในรูปแบบยางระเบิด สำหรับผู้ที่มีปัญหาในขณะนี้อยู่แล้ว ขอแนะนำให้คุณนั้นเปลี่ยนยางใหม่โดยทันที เพราะว่าจะทำให้คุณนั้นปลอดภัยจากอันตรายในการขับขี่รถยนต์ได้มากกว่าเดิมอย่างแน่นอนอันนี้เราขอแนะนำ 

4. ยางหมดอายุ ในการใช้งาน 

ส่วนใหญ่สำหรับปัญหานี้คุณจะไม่ค่อยพบเจออย่างแน่นอน สำหรับคนที่ใช้ยางใหม่เป็นประจำ แต่สำหรับผู้ที่ใช้ยางเปอร์เซ็นต์อันนี้คุณต้องระวัง เพราะบริเวณแก้มยางจะมีช่วงวันปีที่ผลิตในบางครั้งจะถูกหล่อดอกยางขึ้นมาใหม่ แต่อายุยางนั้นนานก็มีเช่นเดียวกัน ซึ่งสิ่งเหล่านี้คุณควรจะสังเกตก่อนซื้อ และถ้าหากคุณใช้งานมานานแล้วใกล้ถึงวันหมดอายุ คุณก็ควรเปลี่ยนเพื่อป้องกันอันตรายที่จะเกิดขึ้นในอนาคต สำหรับการขับขี่รถยนต์อย่างปลอดภัยของคุณเอง 

สรุปความน่าสนใจของการสังเกตยางว่าควรเปลี่ยนหรือไม่

สำหรับผู้หญิงส่วนใหญ่ถ้าคุณเป็นคนที่ขับรถโดนเดินทางเป็นประจำ สิ่งเหล่านี้นั้นก็อาจจะเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่คุณควรจะใส่ใจ เพราะว่ายางรถยนต์เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่คุณนั้นสามารถสังเกต และป้องกันปัญหาในการใช้งานในอนาคตได้ ซึ่งถ้าหากคุณลองสังเกตดู คุณก็จะสามารถช่วยป้องกันอุบัติเหตุที่จะเกิดขึ้นจากการขับขี่ได้มากยิ่งขึ้นกว่าเดิมแน่นอน เพราะฉะนั้นทุกคนลองนำไปใช้งานกันดู 

ขอบคุณภาพฟรี:  https://pixabay.com

ติดตามบทความเรื่องรถได้ที่ รวมเรื่องรถ
เวปไซด์ automotive-story.com และสามารถติดตาม บทความอื่นๆที่น่าสนใจได้ทาง facebook

Honda เปิดตัวจักรยานยนต์ราคาประหยัดปี2021

Honda เปิดตัวจักรยานยนต์ราคาประหยัดปี2021

Hondaซึ่งเป็นผู้ผลิตรถจักรยานยนต์สัญชาติญี่ปุ่นในประเทศไทยได้เปิดตัวNew Wave125i เมื่อวันที่ 8เมษายน2564 โดยมีการพัฒนาภายใต้แนวคิดที่ว่า ให้คำว่าผู้นำเป็นได้มากกว่าที่เคย โดยNew wave125i สีเทาใหม่ Metallic Matte Gray พร้อมเอมเบลม เส้นสายต่อรถได้รับการออกแบบใหม่ให้มีความปราดเปรื่องอีกทั้งยังมีฟังก์ชั่นการใช้งานครบครัน

New Honda Wave125iติดตั้งระบบไฟหน้า LED Headlight ส่องสว่างทันทีเมื่อสตาร์ท เรือนวัดความเร็ว Premium Amber Meter ดีไซน์ที่เรียบหรู ให้ข้อมูลรายละเอียดต่างๆครบครันและชัดเจน ระบบกุญแจนิรภัย ม่านปิดช่องกุญแจ กดกุญแจ เปิดกล่องใต้เบาะได้ ส่วนพื้นที่ใต้เบาะสามารถใช้งานได้อย่างเอนกประสงค์ด้วยไซส์ขนาดXL ความจุถึง17ลิตรพร้อมถังน้ำมันขนาด5.4ลิตร

New Honda Wave125iใช้เครื่องยนต์125CC 4จังหวะ ระบบหัวฉีดPGM-FI มีอัตราประหยัดน้ำมัน71.4กม/ลิตร ผ่านการทดสอบภายใต้มาตรฐานไอเสียระดับ 7 โดยสถาบันยานยนต์พร้อมดิสเบรคหน้า โดยรถรุ่นนี้มี 3 เฉดสีเดิมแบบสปอร์ตทูโทนในรุ่นล้อแม็กได้แก่ สีน้ำเงิน-แดง,สีดำ-แดง,สีขาว-แดง

ราคา56,000 บาทและรุ่นล้อซี่ลวดสีดำ,สีแดง-ดำและสีน้ำเงิน-ดำในราคา53,800บาทที่ศูนย์Honda Wings Centerทั่วประเทศโดยรถจักรยานยนต์wave125i ใช้เครื่องยนต์PGM-FI4 Stoke SOHCซิงเกิ้ล โอเวอร์เฮดแคมป์ชาร์ฟท์ Air-Cooled ปริมาตรกระบอกสูบ 124.89ซีซี ความกว้างกระบอกสูบ 52.4 ช่องชัก 57.9 มม

อัตรารอบแรงอัด 9:3:1 ระบบคลัชเป็นระบบหลายแผ่นซ้อนกัน ระบบส่งกำลังเกียร์วน 4 ระดับ อัตราทดเกียร์ที่1= 2.500 อัตราทดเกียร์ที่2=1.550 อัตราทดเกียร์ที่3=1.150และอัตราทดเกียร์ที่4=0.923

มีทั้งสตาร์ทมือและสตาร์ทเท้าขนาดกว้าง711มม. ยาว1,931มม สูง1,090มม.ใช้น้ำมันเชื้อเพลิง 5.4 ลิตร เฟรมแบ็คโบน ระบบกันสะเทือนหน้า เทเลสโคปิค หลังสวิงอาร์ม น้ำหนักสุทธิ 106 กิโลกรัม ดิสก์เบรกแบบลูกสูบเดี่ยว หลังดรัมเบรกล้อแม๊กซ์ยางหน้า 70/90 ยางหลัง 80/90 ใช้น้ำมันเบนซินไร้สารตะกั่วหรือแก๊สโซฮอล์ออกเทน95หรือ 91ที่มีส่วนผสมเอทิลแอลกอฮอล์ไม่เกิน20%

Honda Wave125iได้เปิดตัวแล้ววันนี้ สำหรับท่านใดที่สนใจจะซื้อรถจักรยานยนต์Honda Wave125i สามารถติดต่อได้ที่ศูนย์รถจักรยานยนต์ฮอนด้าหรือร้านจำหน่ายรถจักรยานยนต์ทั่วประเทศ

ติดตามบทความเรื่องรถได้ที่ รวมเรื่องรถ
เวปไซด์ automotive-story.com และสามารถติดตาม บทความอื่นๆที่น่าสนใจได้ทาง facebook

ถ้าไม่อยากมีปัญหาไฟแนนซ์รถ “เครดิตบูโร” ไม่ควรมองข้าม

ถ้าไม่อยากมีปัญหาไฟแนนซ์รถ “เครดิตบูโร” ไม่ควรมองข้าม

                ปัญหาเรื่องไฟแนนซ์ที่พบบ่อยเวลาที่ซื้อรถสักคัน เรามักจะมองข้ามใน “เครดิตบูโร” ค่อนข้างบ่อย เนื่องจากมีหลายคนชะล่าใจมามาก จนลืมตรวจสอบว่าเครดิตบูโรของเราเป็นยังไง ต่อให้หลายคนมีเครดิตดีแค่ไหน ถ้ามีปัญหาเรื่อง “เครดิตบูโร” เมื่อไหร่ มีอันต้องงานเข้าเวลาซื้อรถทุกราย เนื่องด้วยการซื้อรถแต่ละครั้ง ทั้งทางโชว์รูมและเต็นท์รถมือสองจะดูเครดิตจากตรงนี้เข้ามาด้วย เพื่อดูว่า…คุณมีความน่าเชื่อถือในการอนุมัติสินเชื่อมากแค่ไหน

                เครดิตบูโร เป็นเครดิตที่มีความสำคัญอย่างมาก โดยมีชื่อเต็มชื่อว่า “บริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติ” หรือ National Credit Bureau ซึ่งเป็นบริษัทที่เชื่อมโยงกับธุรกรรมต่างๆ โดยเครดิตบูโรจะให้บริการตรวจสอบเครดิตแก่บุคคลทั่วไป ที่ทำธุรกรรมต่างๆ ไม่ว่าจะไฟแนนซ์ เงินกู้ สินเชื่อ และธุรกรรมอื่นๆ ที่ต้องมีการตรวจสอบเครดิต รวมถึงนิติบุคคลที่ต้องมาในนามบริษัท องค์กร หรือภาคธุรกิจที่มีการขึ้นทะเบียนและเสียภาษีอย่างถูกต้อง

                หากกรณีไหนบ้างที่เวลาซื้อรถ ทั้งรถป้ายแดงและรถมือสอง เมื่อติดต่อขอไฟแนนซ์จะมีปัญหาอยู่บ่อยๆ หรือไม่สามารถอนุมัติได้เลย จะเกิดปัญหาได้ดังนี้ว่ามีอะไรบ้าง

  • เอกสารไม่ครบ ปัญหาที่พบบ่อยในการติดต่อไฟแนนซ์ เช่น ไม่มีเอกสารยืนยันเครดิตบูโรเลย หรือหลักฐานที่ยืนยันที่มาของรายได้ ก็มีโอกาสที่ไฟแนนซ์ไม่อนุมัติเช่นกัน เพราะเครดิตบูโรในปัจจุบันสามารถตรวจสอบได้ที่ธนาคารทั่วประเทศ และวินัยทางการเงินจะเชื่อมโยงทุกธนาคารอีกด้วย
  • มีวินัยทางการเงินไหม การมีวินัยทางการเงิน เป็นสิ่งที่สำคัญมาก ซึ่งคนไทยมักพบเจอโดยเฉพาะ ไม่ติดต่อเรื่องผ่อนผัน หรือติดต่อเรื่องคุยการชำระล่าช้าให้ละเอียด ทำให้ส่งผลต่อยอดเงินที่ต้องจ่ายแต่ละงวด รวมถึงงวดรถที่ต้องส่งเข้ามาด้วย ในขณะเดียวกัน การไม่ประมาณตัวและไม่วางแผนทางการเงินก่อนซื้อรถ ก็เป็นส่วนที่ค้างชำระเกิน 90 วันในกรณีผ่อนงวดรถเช่นกัน
  • เคยมีเครดิตเสียมาก่อน อันนี้ปัญหาใหญ่ที่คนไทยเจอมากที่สุด เนื่องด้วยในสถานการณ์ปัจจุบันทำให้การหมุนเงินได้ยากลำบากในแต่ละบุคคล ทำให้มีการทำธุรกรรมการกู้ เพื่อที่จะหมุนเงินในแต่ละวัน และบริหารจัดการในกิจกรรมของตนเอง แต่การทำธุรกรรม สินเชื่อต่างๆ ทำให้ส่งผลต่อหนี้เสียที่ค้างอยู่และจัดการไม่ได้ มีโอกาสที่จะติด Blacklist ได้เช่นกัน

                ก่อนการซื้อรถยนต์ทุกครั้ง อย่าลืมที่จะตรวจเช็คเครดิตบูโรได้ตามที่ธนาคาร เพราะมันจะรวมข้อมูลของเราได้ละเอียด ถ้าเครดิตดี ชำระเงินต่อเนื่อง การซื้อรถหรือการวางดาวน์ไม่มีปัญหา แต่ถ้าเครดิตเสีย แนะนำให้ไปติดต่อทางธนาคารเพื่อแก้ปัญหาเรื่องหนี้ให้ดีๆ เพราะแต่ละบุคคลจะมีความแตกต่างกันในด้านหนี้สิน แต่การคุยติดต่อเรื่องการแก้ปัญหาเรื่องเครดิตเสียก่อนซื้อรถ จะเป็นการลดปัญหาในระยะยาวได้เช่นกัน

ติดตามบทความเรื่องรถได้ที่ รวมเรื่องรถ
เวปไซด์ automotive-story.com และสามารถติดตาม บทความอื่นๆที่น่าสนใจได้ทาง facebook

ถ้าเบนซินแพง…แต่ก็ต้องขับ จะทำยังไงดี

ถ้าเบนซินแพง...แต่ก็ต้องขับ จะทำยังไงดี

                ปฏิเสธไม่ได้เลยว่ายุคข้าวยากหมากแพง ทำให้เบนซินกลายเป็นเชื้อเพลิงที่ขึ้นราคาสูงที่สุดในประเทศไทย นั่นเองกลายเป็นสิ่งที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตคนไทยมายาวนาน จนส่งผลต่อความเชื่อมั่นในภาพรวมมากพอสมควร ทั้งหมูแพง อาหารแพง สินค้าขึ้นราคา และน้ำมันเชื้อเพลิงขึ้นราคาอีก จึงเป็นเรื่องที่กุมขมับอยู่ไม่น้อย จะไม่ให้ขับรถมันก็ทำได้ยากในทางปฏิบัติอยู่ดีเลยล่ะ หากคิดจะขับรถในท่ามกลางเบนซินแพงนั้น มันมีวิธีช่วยซ่อนอยู่

                การขับขี่ท่ามกลางช่วงเบนซินแพงนั้น สามารถทำได้ในชีวิตจริง ซึ่งในบทความนี้จะขอแนะนำว่าจะทำยังไงในช่วงเบนซินขึ้นราคา แต่จำเป็นต้องขับรถ จะขออธิบายผ่านบทความได้ดังนี้

  1. ทำความสะอาดช่องแอร์ ใครจะเชื่อว่าช่องแอร์ถ้าทำไม่สะอาดก็กินน้ำมันเช่นกัน การทำความสะอาดช่องแอร์นอกจากช่วยลดปริมาณการใช้น้ำมันเบนซิน และลดการสิ้นเปลืองของการใช้เครื่องยนต์เกินกำลังแล้วนั้น ยังช่วยให้ลมหายใจสดชื่น สะอาด และประหยัดเบนซินได้ถึง 20-25% ถ้าเป็นไปได้ลองใช้แอร์สลับกับลมธรรมชาติหรือ Eco จะช่วยได้มาก
  1. สัมภาระควรแบกเท่าที่จำเป็น สัมภาระก็มีส่วนที่ทำให้เปลืองเบนซินมากเช่นกัน เพราะสัมภาระบางอย่างมันเกินพิกัดน้ำหนัก ทำให้ต้องใช้พลังงานเยอะมากทั้งพลังงานเครื่องยนต์ การรับน้ำหนักล้อยาง และการใช้พลังงานที่สูงเกินลิมิต สิ่งนี้เองทำให้เกิดปัญหาในเรื่องของการกินน้ำมันเบนซินเข้ามา
  2. เลือกเบนซินใกล้เคียง แม้คุณภาพอาจจะไม่เหมือนเบนซิน แต่ถ้าเป็นไปได้เลือกที่เป็นแก็สโซฮอล์ เพราะมันมีคุณสมบัติของเบนซินอยู่ เช่น E85 ซึ่งมันช่วยลด CO2 และราคาถูกกว่าเบนซินปกติ แต่ถ้าจะเลือกจริงๆ ต้องดูที่รถยนต์ของคุณว่ารองรับเบนซินหรือดีเซล ถ้าเป็นเบนซินสามารถใช้แก๊สโซฮอล์ทดแทนได้ แต่ถ้าเป็นดีเซลจะต้องใช้ดีเซลอย่างเดียว จะเอาเบนซินหรือแก๊สโซฮอล์ไม่ได้
  3. การตรวจเช็คผ้าเบรก ทุกการเบรกแต่ละครั้งผ้าเบรกทำงานคู่กับน้ำมันเบรกเสมอ การตรวจเช็คผ้าเบรกจะช่วยให้เราขับขี่ได้ปลอดภัย และลดการสิ้นเปลืองน้ำมันเบรกและเชื้อเพลิงได้ ในขณะเดียวกันช่วยรู้จุดชำรุดของผ้าเบรกได้ดีเยี่ยม

                ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสถานการณ์แต่ละคนไม่เหมือนกัน การเลือกใช้เบนซิน บางคนอาจจะไม่มีตัวเลือกมากนัก แต่บางครั้งอาจจะต้องดูสถานการณ์น้ำมันโลกควบคู่ ในขณะเดียวกันมันก็ช่วยลดค่าใช้จ่ายสิ้นเปลืองบางอย่างได้เป็นอย่างดี และทำให้เราขับขี่ได้ยาวนานมากขึ้นแล้ว ยังช่วยประหยัดงบบานปลายในการใช้รถยนต์แต่ละครั้งได้ดีอีกด้วย ถ้าเป็นไปได้หากใครมีสิทธิพิเศษหรือส่วนลด เช่น PTT Blue Card หรือบัตร Esso ก็นำแต้มเป็นส่วนลดค่าน้ำมันรถได้ ก็จะช่วยได้อีกทางมากๆ เลยทีเดียวโดยไม่ต้องจ่ายเต็มราคาอีกด้วย

ติดตามบทความเรื่องรถได้ที่ รวมเรื่องรถ
เวปไซด์ automotive-story.com และสามารถติดตาม บทความอื่นๆที่น่าสนใจได้ทาง facebook