แนะนำกล้องติดรถ คุณภาพดี Xiaomi 70mai Dash Cam Pro Plus

แนะนำกล้องติดรถ คุณภาพดี Xiaomi 70mai Dash Cam Pro Plus

                ทาง Xiaomi ได้มีการออกแบบกล้องติดรถยนต์มาหลากหลายตัว ซึ่งคนส่วนมากก็มีความนิยมจะติดตั้งกันมากขึ้น เพราะสามารถใช้เป็นหลักฐานยืนยันเกี่ยวกับคดีความได้ ทั้งนี้ทาง Xiaomi ก็ได้มีการปรับปรุงกล้องติดรถยนต์มาอย่างต่อเนือง จนเป็นเจ้าตัว Xiaomi 70mai Dash Cam Pro Plus (A500) ที่ได้มีการปรับปรุงจากตัวเดิมอย่าง 70mai Dash Cam Pro มีการใช้งานที่หลากหลายมากขึ้นซึ่งจะมีความต่างจากเดิมมากน้อยแค่ไหน ลองตามมาอ่านกันต่อได้เลย

Xiaomi 70mai Dash Cam Pro Plus สิ่งที่ได้เหมือนเดิม
           
หลายๆ อย่างมีการปรับขึ้น แต่ก็ยังมีการคงคุณภาพไว้ ไม่ว่าจะดีไซน์ที่คล้ายตัวเดิม แต่ตัวกรอบกล้องมีโทนสีที่อ่อนลง ทั้งยังมีคุณภาพของวิดีโอแบบ 2.7K Ultra HD Video โดยมีความละเอียดอยู่ที่ 2592X1944 และยังมีตัวเซนเซอร์ Sony IMX335 ที่มีความละเอียด คมชัด เป็นที่นิยมอย่างมาก ทั้งตัวขนาดภาพจะเป็น Full HD 500Mega Pixel และยังรองรับระบบ ADAS ที่ช่วยแจ้งเตือนเวลารถออกนอกเลน หรือมีรถอยู่ด้านหน้า ช่วยเพิ่มความระมัดระวัง และความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังคงรองรับระบบ WI-FI และเชื่อมต่อสมาทโฟร์ได้ ช่วยเพิ่มความสะดวกในการใช้งานอย่างมาก ส่วนตัวช่องใส่ Micro SD Card สามารถรองรับข้อมูลได้สูงสุด 128 GB


https://www.powerplanetonline.com/en/xiaomi-70mai-a500-dash-cam-pro-plus-gps

Xiaomi 70mai Dash Cam Pro Plus ปรับดีขึ้นกว่าที่เคย
           
Xiaomi 70mai Dash Cam Pro Plus มีการปรับปรุงขึ้นทั้งในเรื่องคุณภาพ และฟังก์ชั่นที่หลากหลายมากขึ้น
โดยมีการปรับหน้าจอแสดงผลให้เป็นแบบ IPS ขนาด 2 นิ้ว ต่างจากเดิมที่เป็นแบบ TN ทำให้มองเห็นได้สว่างมากขึ้น และภาพมีความละเอียด คมชัดมากกว่าเดิม อีกทั้งยังปรับให้ GPS เป็นแบบ Built in ในตัวกล้อง เพื่อแก้ปัญหาแป้นหลุดง่ายทำให้ GPS ที่เคยติดๆ ดับๆ มีความเสถียรมากขึ้น สามารถบอกตำแหน่งของรถยนต์ และความเร็วของรถได้แม่นยำมากขึ้น นอกจากนี้ยังเพิ่มฟังก์ชั่น Time zone ที่ช่วยให้กล้องสามารถเชื่อมต่อกับดาวเทียม ปรับวันที่ เวลาได้อัตโนมัติ มีความเที่ยงตรงมากขึ้น ที่สำคัญยังรองรับกล้องหลังอีกด้วย


https://thai.biggo.com/s/xiaomi+70mai+pro+plus+a500/
                ทั้งนี้ทาง Xiaomi ก็ได้มีการประกาศว่าจะมีการหยุดผลิตตัวเดิมอย่าง 70mai Dash Cam Pro แล้ว แต่ยังคงมีการวางจำหน่ายตามตัวแทนอยู่ ยังสามรถหาซื้อได้ โดยทั้งนี้แต่ละโมเดลสามารถเลือกตามการใช้งานตามความต้องการของแต่ละคน เพราะตัวใหม่อาจจะมีราคาที่เพิ่มขึ้น แต่ไม่มากจากเดิม แต่มีฟังก์ชั่นหลากหลายมากขึ้น ทั้งตัวดีไซน์ที่แข็งแรงขึ้น และมีการปรับปรุงการใช้งาน ให้มีความเสถียรมากขึ้น เรียกได้ว่าคุ้มค่าเกินราคาอย่างมาก

ติดตามบทความเรื่องรถได้ที่ รวมเรื่องรถ
เวปไซด์ automotive-story.com และสามารถติดตาม บทความอื่นๆที่น่าสนใจได้ทาง facebook


แมวตกใส่รถ สามารถเคลมประกันได้หรือไม่

แมวตกใส่รถ สามารถเคลมประกันได้หรือไม่

จากข่าวแมวอ้วนตกใส่รถ จากตึก 6 ชั้นที่กำลังโด่งดังในขณะนี้ จนทำให้กระจกรถยนต์ที่จอดอยู่นั้นแตกทะลุเป็นเสี่ยงๆ แต่เจ้าเหมียวไม่ได้รับบาดเจ็บใดๆ แถมทำหน้านิ่งๆ อ้วนๆ เหมือนเดิม ทำให้ทาสหลายคนอดเอ็นดูไม่ได้ และจากกรณีนี้หลายคนก็มีการตั้งคำถามกันว่าถ้าเกิด แมวตกใส่รถ หรือหมามาทำให้รถเป็นรอยเสียหาย ทางด้านประกันรถยนต์จะคุ้มครองหรือไม่ ซึ่งวันนี้เราจะมาไขข้อสงสัยนี้กัน หากพร้อมแล้วก็ตามมาอ่านต่อกันเลย

อุบัติเหตุจากสัตว์ ประกันรถยนต์จะคุ้มครองหรือไม่

ในทางกฎหมายนั้นเราจะเรียกอุบัติเหตุบนรถยนต์ที่เกิดจากสัตว์ว่า บาดแผลจากสัตว์ อย่างเช่น กรณีในข่าวที่ แมวตกใส่รถ ทะลุกระจก หรือรถบุบจากการกระโดด รอยข่วนบนสีรถและล้อรถ เป็นต้น แล้วประกันรถยนต์ที่ทำไว้สามารถคุ้มครองได้ไหม คำตอบคือได้ แต่เฉพาะประกันชั้น 1 เท่านั้น โดยถ้ามีคู่กรณี หรือหาเจ้าของเจอ ก็สามารถเคลมเป็นอุบัติเหตุได้ โดยบริษัทประกันจะทำการเรียกเก็บเงินจากเจ้าของสัตว์เลี้ยงเอง

แต่ในกรณีที่ไม่สามารถตามหาเจ้าสัตว์ได้ หรือพบว่าเป็นสัตว์ขาจร เจ้าของกรมธรรม์ก็จะต้องเป็นคนจ่ายค่าเสียหายในส่วนแรก ซึ่งอยู่ที่ราคา 1,000 บาท จากนั้นก็นำรถไปเคลมเข้าซ่อมกับอู่ในเครือ ที่สำคัญเลยคืออย่าลืมถ่ายรูปต่างๆ ไว้เป็นหลักฐานหลังเกิดเหตุใหม่ๆ ด้วย รวมถึงบันทึกวันที่และเวลาให้ชัดเจน แล้วรีบแจ้งทางเจ้าหน้าที่ประกันโดยเร็วที่สุด

แมวตกใส่รถ ที่ไม่มีประกัน จะต้องทำอย่างไร

อันดับแรกเลยคือต้องหาต้นตอของปัญหาก่อน ซึ่งก็คือ แมวหรือหมาที่ทำความเสียหายแก่รถ แล้วจึงไปหาเจ้าของสัตว์ตัวนั้นๆ เพื่อให้แสดงความรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น เพราะตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522 แล้วนั้น เจ้าของไม่ควรปล่อยให้สัตว์เลี้ยงออกไปอยู่ในพื้นที่สาธารณะโดยที่ไม่มีการควบคุมใดๆ แบบนี้ก็คือมีความผิดเต็มๆ ซึ่งถ้าเจ้าของสัตว์เลี้ยงไม่มีการรับผิดชอบ ก็ต้องหาหลักฐานต่างๆ เพื่อไปสู้กันต่อหน้าเจ้าหน้าที่พิทักษ์กฎหมายต่อไป

จบกันไปเป็นที่เรียบร้อยกับประเด็นเรื่องของ แมวตกใส่รถ ที่กำลังเป็นกระแสในขณะนี้ และยังเป็นเรื่องที่ค้างคาใจใครหลายๆ คน วันนี้ก็คงจะคลายหายสงสัยกันไปไม่น้อยเลยทีเดียว เชื่อว่ามีหลายคนที่เป็นทาสหมาทาสแมว พอเจอเหตุการณ์แบบนี้เข้ากับตัวเองจริงๆ ก็ไปต่อไม่ถูกเหมือนกันหมด ดังนั้นสิ่งที่ควรทำอันดับแรกคือตั้งสติให้ได้ก่อน แล้วจึงทำตามคำแนะนำของเราข้างต้น เพียงเท่านี้ก็ไม่มีอะไรต้องกังวลแล้วล่ะ

รูปภาพประกอบ : masii.co.th

รูปภาพประกอบ : directasia.co.th

รูปภาพประกอบ : auto.mthai.com

ติดตามบทความเรื่องรถได้ที่ รวมเรื่องรถ 
เวปไซด์ automotive-story.com และสามารถติดตาม บทความอื่นๆที่น่าสนใจได้ทาง facebook 

วางแผนการเดินทางด้วย Google Map

ติดตามบทความเรื่องรถได้ที่ รวมเรื่องรถ เวปไซด์ automotive-story.com และสามารถติดตาม บทความอื่นๆที่น่าสนใจได้ทาง facebook

Google Map เป็นแอปพลิเคชันนำทางที่ได้รับการพัฒนาโดยบริษัท Google ที่ถูกใช้กันอย่างแพร่หลายในปัจจุบันนี้ เมื่อก่อนนั้นเวลาที่จะเดินทางไปไหนเรามักจะใช้แผนที่เพื่อจะนำทางไปยังสถานที่ต่างๆ แต่ว่าในปัจจุบันนี้เมื่อมีเทคโนโลยีเข้ามาในชีวิตประจำวันของเรา Google Map จึงกลายเป็นตัวแทนของแผนที่ในอดีต ด้วยประโยชน์ของมันที่หลากหลายทำให้การเดินทางในชีวิตของเรานั้นสะดวกและง่ายดายมากขึ้น และที่สำคัญนอกจากการใช้ในประเทศ Google Map ยังสามารถนำไปใช้ในต่างประเทศได้อีกด้วย

ภาพแต่งจาก Canva

โดยล่าสุดในงาน Google I/O ก็ได้มีฟีเจอร์ใหม่ที่จะถูกเพิ่มเข้ามาในGoogle Map เพื่อให้นักเดินทางนั้นสามารถวางแผนการเดินทางได้ดีมากยิ่งขึ้น เริ่มต้นจากระบบนำทาง ทุกคนเวลาเดินทางมักจะหงุดหงิดหรือว่าหัวเสียมากเวลารถติดไม่ว่าจะเดินทางไกลหรือว่าเดินทางใกล้ ซึ่งปัญหาการจราจรนั้นเป็นปัญหาที่สามารถแก้ไขได้ยากมากทาง Google จึงได้เพิ่มระบบการนำทางที่ดีมากยิ่งขึ้นเข้าไปใน Google Map โดยระบบอัจฉริยะนี้จะเลือกเส้นทางที่ทำให้นักเดินทางสามารถเดินทางได้อย่างราบเรียบและไม่ต้องหงุดหงิดกับการจราจรที่ติดขัด นอกจากจะไม่ทำให้นักเดินทางนั้นหงุดหงิดแล้วยังสามารถทำให้นักเดินทางไปถึงสถานที่ต่าง ๆ ได้เร็วมากยิ่งขึ้น

ภาพแต่งจาก Canva

ไม่เพียงเท่านั้นทาง Google ยังอัปเดตระบบที่สามารถบ่งบอกความแออัดของคนไม่ว่าจะเป็นร้านอาหารสถานที่ต่าง ๆ ระบบนี้จะตอบโจทย์ในการเลือกเวลาในการเดินทางไปยังสถานที่ต่างๆ แน่นอนว่าทุกคนนั้นไม่ชอบสถานที่ที่มีคนแออัดหรือจะอยู่กันเป็นจำนวนมาก ยิ่งในช่วงเวลาที่การแพร่ระบาดของโรคโควิดยังไม่หมดไปแล้ว ระบบนี้จะช่วยได้มากเลยทีเดียว นอกจากนั้นระบบนี้ยังมีแง่ดีในเรื่องของการเดินทางไปยังสถานที่ที่ไม่เคยไป เพราะมันสามารถบ่งบอกถึงสถานที่ที่คนไปเป็นจำนวนมากทำให้เราสามารถเลือกสถานที่ท่องเที่ยวได้แม่นยำมากขึ้น

ภาพแต่งจาก Canva

ทั้งหมดนั้นเป็นเพียงระบบที่ใช้ในการเดินทางและการขับขี่เพียงเท่านั้น ทาง Google Map ยังเพิ่มรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ไปในแผนที่อีกด้วยไม่ว่าจะเป็นรายละเอียดทางม้าลาย ซอยแคบ ๆ เพื่อให้ผู้ที่เดินทางโดยเท่านั้นสามารถเลือกเดินทางได้อย่างปลอดภัยและแม่นยำมากขึ้น โดยทั้งหมดที่กล่าวมานี้ยังไม่ได้อัปเดตเข้าไปในแอปพลิเคชัน Google Map โดย Google จะมีการอัปเดตระบบใหม่นี้ในช่วงปลายปีนี้และจะมีการนำมาใช้ในบางพื้นที่เพียงเท่านั้น

ในปัจจุบันนี้ Google Map ก็มีประโยชน์กับนักเดินทางมากแล้วในอนาคตข้างหน้าอันใกล้คงจะทำให้การเดินทางนั้นคล่องตัวและสะดวกง่ายดายมากยิ่งขึ้นอย่างแน่นอนเลย

ดูลักษณะการอัปเดตระบบ Google Map ได้ที่ Cnet

ข้อมูลจาก Cnet

ติดตามบทความเรื่องรถได้ที่
เวปไซด์ automotive-story.com และสามารถติดตาม บทความอื่นๆที่น่าสนใจได้ทาง facebook

สิ่งที่คุณควรรู้ไส้กรองอากาศสกปรกควรเป่า หรือควรเปลี่ยนอันไหนดีกว่ากัน 

สิ่งที่คุณควรรู้ไส้กรองอากาศสกปรกควรเป่า หรือควรเปลี่ยนอันไหนดีกว่ากัน 

แน่นอนว่าอุปกรณ์อีกชิ้นหนึ่งที่จำเป็นในการขับขี่รถยนต์ที่สุด แต่หลายคนก็ละเลยเช่นเดียวกันนั่นก็คือไส้กรองอากาศรถยนต์ โดยเฉพาะความสะอาดภายในระบบการนำอากาศเข้าไปสู่ห้องเครื่อง ก็ถือว่าเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่จำเป็นมากๆ ในการใช้งานรถยนต์ของคุณโดยรวม แน่นอนว่าถ้าหากคุณนั้นละเลยสิ่งเหล่านี้ไปก็อาจจะทำให้รถยนต์ของคุณนั้นเกิดการชำรุดได้เร็วมากยิ่งขึ้น และแน่นอนว่าเสียสุขภาพเราอย่างแน่นอน แต่อย่างไรก็ตามมีหลายคนเกิดคำถามเช่นเดียวกันว่า การที่เราใช้งานไส้กรองอากาศรถยนต์เป็นประจำ เราควรจะเปลี่ยนหรือแค่เป่าดีในบทความนี้มีคำตอบให้กับคุณ 

การเป่าไส้กรองอากาศรถยนต์ควรจะทำในลักษณะใด 

สำหรับคนที่ต้องการทำความสะอาดด้วยการเป่าไส้กรองอากาศรถยนต์ของตัวเอง เราก็ต้องขอบอกเลยว่าคุณนั้นควรจะทำเป็นประจำ 

ใช้แล้วคุณอ่านไม่ผิดแต่อย่างใด ไส้กรองอากาศรถยนต์นั้นเป็นส่วนที่กรองอากาศเข้าไปในระบบภายในเครื่องยนต์ และระบบการเผาไหม้ 

ถ้าจะให้ดีควรจะทำความสะอาดอย่างน้อย 2 สัปดาห์ต่อครั้ง จนกว่าจะครบช่วงเวลาการเปลี่ยนมาตรฐาน แต่ถ้าหากคุณเป่าทำความสะอาดเป็นประจำ คุณก็สามารถยืดอายุการเปลี่ยนไส้กรองอากาศรถยนต์ได้มากกว่าเดิม ถึง 50% เลยทีเดียว 

การเปลี่ยนไส้กรองอากาศรถยนต์กับช่วงเวลาที่เหมาะสม 

สำหรับไส้กรองอากาศรถยนต์ที่ผ่านการใช้งานมานาน โดยเฉพาะการทำงานอย่างสมบุกสมบัน มักจะมีสิ่งสกปรกตกค้างอยู่ในไส้กรองอากาศรถยนต์เป็นจำนวนมาก 

ช่วงเวลาในการเปลี่ยนที่เหมาะสมนั้น จะขึ้นอยู่กับอายุการใช้งานตามหลักกิโลเมตร ซึ่งส่วนใหญ่สำหรับการใช้งานแบบมาตรฐานโดยที่ไม่ก่อผลเสียให้กับรถยนต์ ก็จะถูกกำหนดระยะเวลาเอาไว้ประมาณ 

10,000 กิโลเมตร ซึ่งจะสามารถช่วยยืดอายุการทำงานของห้องเครื่อง และระบบการเผาผลาญเชื้อเพลิงได้ดีมากยิ่งขึ้น นอกเหนือจากนั้นก็ยังมีประโยชน์ในการช่วยกำจัดปัญหาเรื่องคราบเขม่า ซึ่งจะช่วยลดการสึกหรอของเครื่องยนต์ของคุณได้ดีเลยทีเดียว 

วิธีการที่ดีที่สุดสำหรับการใช้งานไส้กรองอากาศรถยนต์อย่างถูกต้อง 

การใช้งานไส้กรองอากาศรถยนต์ที่ถูกต้อง เราก็ต้องขอบอกเลยว่าให้คุณนั้นซื้อของแท้มาใช้อันนี้แหละดีที่สุดเลย 

ครับ เพราะว่าส่วนใหญ่ไส้กรองอากาศที่ขายอยู่ตามท้องตลาดมีทั้งเหมือนแท้บ้าง เกรดเอบ้าง และของแท้สลับสับเปลี่ยนกันไป 

เส้นทางที่ดีที่สุดที่ทำให้รถยนต์ของคุณนั้นมีประสิทธิภาพในการใช้งานนั้นก็คือใช้งาน นั่นก็คือการเปลี่ยนอุปกรณ์ที่ศูนย์โดยตรงที่มั่นใจได้ ซึ่งวิธีนี้จะสามารถช่วยทำให้คุณนั้นปลอดภัยจากของก็อปของปลอมได้อย่างแน่นอน 100% 

สรุป ความรู้เกี่ยวกับไส้กรองอากาศรถยนต์ 

ใครที่คิดว่าอยากจะดูแลรถยนต์ของคุณให้ดี คุณก็ควรจะศึกษาเรื่องนี้เพิ่มเติม เพราะไส้กรองอากาศรถยนต์นั้นเป็นอีกส่วนหนึ่งที่ทำให้รถของคุณนั้นมีประสิทธิภาพการเผาไหม้เชื้อเพลิงดีมากยิ่งขึ้น และถนอมเครื่องยนต์ให้มีอายุการใช้งานได้ยาวนานเช่นเดียวกัน และการที่ซื้อของแท้มาใช้งานนับได้ว่าเป็นวิธีการที่ชาญฉลาดที่สุด ซึ่งจะสามารถช่วยทำให้รถยนต์ของคุณนั้นเครื่องยนต์ใหม่อยู่เสมอได้แบบง่ายๆ เลยทีเดียว 

ขอขอบคุณภาพจาก https://pixabay.com/

ติดตามบทความเรื่องรถได้ที่ รวมเรื่องรถ
เวปไซด์ automotive-story.com และสามารถติดตาม บทความอื่นๆที่น่าสนใจได้ทาง facebook

วิธีการตรวจเช็คน้ำมันเครื่องรถยนต์อย่างไรไม่ให้เครื่องพัง 

วิธีการตรวจเช็คน้ำมันเครื่องรถยนต์อย่างไรไม่ให้เครื่องพัง 

น้ำมันเครื่องอาจจะดูเป็นเรื่องเล็ก ๆ สำหรับใครหลาย ๆ คนในการตรวจสอบคุณภาพ และการเข้ามาตรวจเช็คว่าพร้อมที่จะใช้งานหรือไม่ แต่อันที่จริงแล้วน้ำมันเครื่องนั้นถือว่าเป็นปัจจัยสำคัญเลยทีเดียวที่ไม่ควรจะผิดพลาด ซึ่งถ้าหากคุณตรวจสอบหรือใช้งานน้ำมันเครื่องที่ผิดวัตถุประสงค์กับรถของคุณเอง อาจจะทำให้เครื่องยนต์ของคุณนั้นถึงกาลอวสานอย่างรวดเร็ว และสามารถทำให้ระบบการทำงานภายในรวนได้ง่ายยิ่งขึ้นกว่าเดิม เพราะฉะนั้นแล้วเราจึงอยากจะมาแนะนำวิธีการใช้น้ำมันเครื่องอย่างถูกต้อง เพื่อป้องกันการเสียหาย และการสึกหรอของเครื่องยนต์แบบสูงสุดกัน ซึ่งบอกได้เลยว่าจำเป็นมาก ๆ เลยทีเดียว 

1. การตรวจสอบตรวจเช็คน้ำมันเครื่องทุกครั้งก่อนที่จะเดินทาง 

ถ้าหากเป็นไปได้อย่างน้อย 3 วันครั้งก็ยังดี แต่ถ้าจะให้ดีที่สุดก็วันละ 1 ครั้งก่อนขับรถออกจากบ้านไปเลย 

ก็เพราะว่าในบางครั้งที่เราละเลยกับการดูแลรักษาเครื่องยนต์ น้ำมันเครื่องของคุณนั้นอาจจะมีการรั่วซึมหรือสูญหายได้ ซึ่งนั่นถือว่าเป็นเรื่องที่ร้ายแรงเป็นอย่างมากสำหรับการใช้รถยนต์ในปัจจุบัน เราจึงอยากจะแนะนำให้คุณนั้นตรวจสอบน้ำมันเครื่องเป็นประจำ เพราะว่าจะสามารถช่วยดูแลรถยนต์ของคุณให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานได้ตลอด 24 ชั่วโมงนั่นเอง 

จุดวางภาพที่ 2 

2. เลือกใช้น้ำมันเครื่องที่เหมาะกับรถยนต์ของคุณโดยตรง 

แน่นอนว่าน้ำมันเครื่องแต่ละรุ่นแต่ละยี่ห้อนั้นก็มีความแตกต่างกัน โดยเฉพาะรถยนต์ของคุณนั้นกับการใช้งานที่แตกต่างกันก็ล้วนแล้วแต่จะต้องมองหาน้ำมันเครื่องที่เหมาะสม ซึ่งถ้าหากคุณกำลังมองหาสิ่งที่ดี และเหมาะสมกับการใช้งาน อยากจะแนะนำให้เปรียบเทียบกับความรู้ในเว็บไซต์ว่ารถเรานั้นเป็นรถรุ่นยี่ห้ออะไร มีการใช้งานสมบุกสมบันหรือไม่ และอุณหภูมิในห้องเครื่องปกตินั้นเป็นอย่างไร สิ่งเหล่านี้นั้นสามารถช่วยทำให้รถของคุณนั้นลดการสึกหรอได้มากยิ่งขึ้น และขับขี่ได้อย่างปลอดภัยยิ่งขึ้นกว่าเดิมแน่นอน 

3. การตรวจสอบคุณภาพของน้ำมันเครื่องเป็นประจำ 

น้ำมันเครื่องรถยนต์ที่ดี และมีคุณภาพ บอกเลยว่าคุณนั้นต้องสังเกตมากพอสมควรโดยเฉพาะการใช้งานโดยรวมในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นปริมาณน้ำมันเครื่องที่ลดลงไปหรือจะเป็นสี และกลิ่นที่เปลี่ยนไปก็ล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่คุณนั้นควรจะใส่ใจ และควรพิจารณา แน่นอนว่าถ้าหากคุณใส่ใจข้อมูลเหล่านี้แบบครบถ้วนบอกได้เลยว่ารถยนต์ของคุณนั้นก็จะเสียหายได้ยากมาก ๆ เพราะฉะนั้นเราจึงอยากแนะนำให้คุณนั้นหมั่นตรวจสอบเป็นประจำอย่างน้อย 1 – 2 สัปดาห์ครั้งก็ยังดี 

สรุปความน่าสนใจในการตรวจเช็คน้ำมันเครื่องไม่ให้เครื่องพัง 

วิธีการเหล่านี้เป็นวิธีการเบื้องต้นที่เคยมีอยู่ในคู่มือของการดูแลเครื่องยนต์รถสมัยก่อน ซึ่งบอกเลยว่ามีประโยชน์เป็นอย่างมากในการช่วยถนอมเครื่องยนต์ และการดูแลเครื่องยนต์ในระยะยาว ซึ่งถ้าหากคุณนำไปปฏิบัติแล้วรับรองได้เลยว่า ช่วยให้เครื่องยนต์ของคุณนั้นทรงประสิทธิภาพอย่างแน่นอน เพราะฉะนั้นแล้วลองนำไปใช้กันดูนะ ขอขอบคุณ 

ขอขอบคุณภาพจาก https://pixabay.com

ติดตามบทความเรื่องรถได้ที่ รวมเรื่องรถ
เวปไซด์ automotive-story.com และสามารถติดตาม บทความอื่นๆที่น่าสนใจได้ทาง facebook

ไส้กรองแอร์ สำคัญอย่างไร?

ไส้กรองแอร์ สำคัญอย่างไร

ไส้กรองแอร์ สำคัญอย่างไร? เคล็ดลับดูแล แอร์รถยนต์ให้มีอายุการใช้งานได้ยาวนานขึ้น

            วันนี้เอาสาระ เรื่อง ความสำคัญของไส้กรองแอร์ และเทคนิคการดูแลรักษาแอร์ให้มีอายุยาวนานที่สุดมาฝากกัน

ไส้กรองแอร์

            สำหรับไส้กรองในรถยนต์ของเราที่ขับขี่อยู่เป็นประจำนั้น มีเรื่องของไส้กรองที่ต้องดูแลหลายจุดดังนี้  1.ไส้กรองน้ำมันเครื่อง 2.ไส้กรองน้ำมันเกียร์ 3.ไส้กรองอากาศ และ4.ไส้กรองแอร์ ซึ่งครั้งนี้เราจะมาคุยกันเรื่องของ “ ไส้กรองแอร์”

ไส้กรองแอร์

            สิ่งหนึ่งที่ผู้ขับขี่รถยนต์ประสบปัญหาเกี่ยวกับแอร์ นอกเหนือจากแอร์ไม่เย็นแล้ว ก็คือเรื่องของกลิ่นอับ และมันมีสาเหตุที่มาจากระบบของไส้กรองแอร์นั่นเอง

            ก่อนจะไปรู้เรื่องของไส้กรองแอร์ เรามารู้จักกับระบบการทำงานของแอร์รถยนต์เป็นพื้นฐานก่อน โดยการทำงานของระบบปรับอากาศในรถยนต์นั้น จะเริ่มจาก คอมเพรสเซอร์ ดูดเอาน้ำยาแอร์ไปตามท่อของคอมเพรสเซอร์ และไหลเข้าสู่แผงคอยร้อน เพื่อระบายความร้อนออกไป จากนั้นเข้าสู่ถังพักน้ำยาแอร์ เพื่อกรองสิ่งแปลกปลอมผ่านท่อวาล์วปรับความดัน เพื่อลดความดันของน้ำยาแอร์ลงทำให้อุณหภูมิของน้ำยาแอร์นั้นต่ำลงและป้อนเข้าสู่คอยล์เย็น ซึ่งจะมีพัดลมทำหน้าที่ในการเป่า หรือดูดอากาศผ่านช่องแอร์ในรถของเรา เราจึงได้รับความเย็นนั่นเอง

ไส้กรองเเอร์

            ไส้กรองแอร์คือแผ่นกรองอากาศที่ทำหน้าที่ในการกลั่นกรองสิ่งสกปรกก่อนที่ลมเย็นจะออกมาจากช่องแอร์ เพื่อเพิ่มความเย็นให้กับเราภายในห้องโดยสาร ซึ่งถ้าไม่มีกรองแอร์ สิ่งสกปรกต่างๆก็จะเข้ามาติดที่คอยล์เย็น ส่งผลให้แอร์ในรถเราไม่มีประสิทธิภาพและไม่มีความเย็นเพียงพอ และระบบปรับอากาศก็จะทำงานหนักมากขึ้น และเกิดการหมักหมมซึ่งก็เป็นที่มาของการเกิดโรคภูมิแพ้นั่นเอง

            ซึ่งปัจจุบันรถยนต์บางรุ่น ได้มีการเพิ่มประสิทธิภาพในการกรองของฝุ่นละอองที่เล็กลงไปอีก เช่น ฟิลเตอร์แอร์ของรถบางรุ่นสามารถกรองฝุ่น PM 2.5ได้

            ดังนั้นหน้าที่สำคัญของไส้กรองแอร์ก็คือ เป็นตัวช่วยในการยืดอายุการใช้งานของระบบแอร์มีอายุการใช้งานที่นานมากขึ้น ซึ่งนอกเหนือจาก ไส้กรองแอร์จะเป็นตัวช่วยสำคัญที่ช่วยยืดอายุการใช้งานของระบบปรับอากาศของรถแล้ว พฤติกรรมในการใช้งานเครื่องปรับอากาศในรถของเราก็เป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้กัน ดังนั้นในการใช้แอร์ในรถยนต์แต่ละครั้งที่จะช่วยให้แอร์ไม่พังง่ายนั้นมีเทคนิคที่นำมาฝากดังนี้

ไส้กรองเเอร์

            เทคนิคในการดูแลรักษาสภาพของแอร์รถยนต์

            1.ทุกครั้งก่อนที่จะเปิดแอร์ ควรเปิดแอร์ในรอบของรถยนต์ที่เป็นรอบเดินเบา คือเปิดแอร์ในขณะที่เราใช้ความเร็วต่ำสักต่อเนื่องประมาณ 10 นาที เพื่อให้น้ำมันหล่อลื่นเข้าไปเคลือบลูกสูบภายในให้ทั่วก่อน และควรปรับความเย็นให้สัมพันธ์กับอุณหภูมิในห้องโดยสาร หรือปรับเป็นความเย็นเป็นโหมดอัตโนมัติก็ได้

            2.ควรทำความสะอาดและตรวจเช็คฟิลเตอร์ หรือไส้กรองแอร์ทุกๆ 10,000 กิโลเมตร

            3.ควรเปลี่ยนไส้กรองแอร์ ทุกๆ 20,000 กิโลเมตร

            4.ไม่ควรเอาน้ำหอมที่เป็นแอลกอฮอล์เสียบไว้บริเวณหน้าช่องแอร์ เพราะจะทำให้ตู้แอร์มีความผุกร่อนเร็วขึ้น

            5.ถ้าต้องจอดรถตากแดดเป็นเวลานาน ให้เปิดกระจกซ้ายขวาลงมาซัก 1-2 ซม. เพื่อระบายความร้อน แต่ก็ต้องอยู่ในสถานที่ปลอดภัยด้วย

            6.ควรล้างตู้แอร์ทุกๆ 2 ปี แต่.ถ้าใช้รถในเส้นทางที่มีฝุ่นจำนวนมากก็ควรล้างเร็วกว่าในเวลาที่กำหนด และควรปรับอากาศในรถให้เป็นระบบหมุนเวียนเพื่อป้องกันฝุ่นเข้ามาในรถ

            7.สำหรับรถที่ไม่ได้ใช้งานทุกวัน ก่อนที่จะจอดรถทิ้งไว้หลายวัน ให้ปิดสวิทซ์ A/C  เปิดพัดลมแอร์แรงสุด 5 นาที เพื่อไล่ความชื้นที่ค้างในตู้แอร์ออก เป็นการช่วยลดความผุกร่อน ลดกลิ่นเหม็นอับของตู้แอร์

            สาระที่นำมาฝาก ถ้าคุณทำตาม ก็จะสามารถช่วยยืดอายุการใช้งานของระบบปรับอากาศในรถได้ยาวนานขึ้นอย่างแน่นอน

ไส้กรองแอร์ สำคัญอย่างไร?

ติดตามบทความเรื่องรถได้ที่ เคล็ดลับน่ารู้
เวปไซด์ automotive-story.com

อุปกรณ์ฉุกเฉินติดรถยนต์ 10 อย่างที่ต้องมีเมื่อเดินทางไกล

รถยนต์

วันนี้เราจะมาสรุปรายการอุปกรณีฉุกเฉิน 10 อย่างที่ต้องมีติดรถยนต์ ทั้งในชีวิตประจำวัน และในวันที่ต้องเดินทางไกลกัน

1.น้ำสะอาด เหตุผลที่ต้องมีน้ำสะอาด เพราะเราไม่รู้ล่วงหน้าว่ารถเรา จะไปจอดเสีย หรือความร้อนขึ้นที่ไหน ดังนั้นเราควรมีน้ำสะอาดเตรียมไว้ อย่างน้อยๆสัก 2 ลิตร ดังนั้นอย่าชะล่าใจว่า หาซื้อที่ไหนก็ได้ ใครที่เคยเจอประสบการณ์ที่ตกอยู่ในสภาวะดังกล่าวจะเข้าใจและเห็นด้วยที่สุด

2.ถุงมือผ้า หนาๆ จำเป็นมากในกรณีที่รถมีปัญหา แล้วคุณต้องเปิดฝากระโปรงรถ หรือเปิดฝาเติมน้ำเพื่อเติมลดความร้อนของรถ หรือไปโดนส่วนไหนของห้องเครื่องที่ร้อนมาก จนทำให้มือเราบาดเจ็บ ถุงมือผ้าจึงสมควรมีไว้ยามฉุกเฉิน 3.ตัวรัดพลาสติก ตัวรัดพลาสติก หรือที่เราเรียกว่า Cable Tie บอกเลยว่าเวลาที่เกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน มันช่วยได้มาก ไม่ว่าอะไรหลุดอะไรรั่ว มันช่วยได้อย่างดี โดยเฉพาะการใช้ร่วมกับเทปพันสายไฟ ที่จะช่วยให้น้ำ หรือน้ำมันที่รั่วเบาลง เพื่อจะมีเวลาเดินทางไปถึงอู่ซ่อมได้

4.ชุดเครื่องมือช่างเบื้องต้น ถึงคุณจะซ่อมไม่เป็นแต่เผื่อว่ามีคนมาช่วยคุณเขาก็ต้องการใช้เครื่องมือในการช่วยเหลือ ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือคนที่ผ่านไปผ่านมาที่มีน้ำใจ และพอจะมีความรู้เรื่องช่างเขาก็จะช่วยคุณได้อย่างดี ถ้าคุณมีอุปกรณ์พื้นฐานเตรียมพร้อมไว้

5.ไฟฉาย เป็นสิ่งที่ควรมีติดรถติดตัวไว้เป็นพื้นฐาน เพราะจะช่วยเราได้มากโดยเฉพาะในการที่เกิดปัญหายามค่ำคืน  เพราะความสว่างย่อมดีกว่าความมืด แม้จะเป็นการส่องดูเครื่องยนต์เพื่อซ่อม หรือการส่องสว่างสำรวจดูสิ่งแวดล้อมรอบตัว บางคนบอกว่า ไฟฉายมือถือก็ใช้ได้ แต่ความเป็นจริงแล้วไฟฉายที่เป็นไฟฉายจริงๆจะให้ความสว่างกว่า และนายามฉุกเฉินคุณก็ควรจะประหยัดแบตเตอรี่ของมือถือไว้ติดต่อสื่อสารจะดีกว่า และการถือไฟฉายจะทำให้รถคันอื่นมองเห็นว่ารถเราเสียอยู่ ทำให้รู้ตำแหน่งที่เราอยู่ ลดการเกิดอุบัติเหตุเพราะมองไม่เห็นได้ด้วย

6.สายพ่วงแบตเตอรี่ จำเป็นมากๆ โดยเฉพาะรถที่เป็นเกียร์ AUTO ซึ่งมันลากไม่ได้ เข็นกระตุกเพื่อให้เครื่องติดก็ทำไม่ได้ และคุณก็ไม่รู้ว่าแบตเตอรี่คุณมันจะมีปัญหาเกิดขึ้นเมื่อไหร่ บางทีมีคนผ่านมาช่วยเหลือ แต่เขาไม่มีสายพ่วง เขาก็จะช่วยคุณไม่ได้ ดังนั้นจึงควรเตรียมพร้อมไว้ดีที่สุด

7.แม่แรง แบบสะพาน ประแจขันน็อตล้อ 3 อย่างนี้ไม่ว่าจะเดินทางใกล้หรือไกล ก็ควรมีติดรถไว้ เพราะเราไม่รู้ว่ายางจะรั่วตอนไหน จะแตกตอนไหน ถึงจะเป็นยางใหม่ก็อย่าไว้ใจว่ามันจะไม่เกิดปัญหา

8.ยางอะไหล่ รถคันไหนไม่มีติดมาให้ แนะนำให้ขอเป็นของแถมตอนไปซื้อรถ รวมถึงชุดแม่แรงด้วย ถึงเปลี่ยนเองไม่ได้อย่างน้อยคนอื่นก็ยังช่วยคุณได้ อันนี้สำคัญจริงๆนะ อย่าได้วางใจพวกสเปรย์ปะยางทั้งหลายมากเกินไป

9.สายลากรถ  สายลากรถก็เป็นอีกรายการที่สำคัญ โดยเฉพาะกับรถเกียร์ประปุก หรือเกียร์ธรรมดา ส่วนรถออโต้ ที่ลากไม่ได้ก็ควรจะมีเบอร์ฉุกเฉินของรถยกติดไว้ เพราะไม่สามารถลากได้ 

10.เครื่องหมายสะท้อนแสง เป็นสิ่งที่ช่วยให้คุณปลอดภัย สำหรับรถที่จอดเสีย ควรมีป้ายวางเตือนให้รถที่วิ่งผ่านมาข้างทางได้มองเห็น เพื่อจะได้ไม่เกิดการเฉี่ยวชน จนเกิดความเสียหาย

และทั้งหมด 10 รายการที่คุณควรจะมีติดรถไว้ โดยเฉพาะเมื่อต้องเดินทางไกล แต่เอาเข้าจริงๆแล้ว ต่อให้ไม่ได้เดินทางไกลก็ควรมีติดไว้ เพราะเหตุการณ์ฉุกเฉิน สามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา

ติดตามบทความเรื่องรถได้ที่ เคล็ดลับน่ารู้
เวปไซด์ automotive-story.com

สิ่งที่สาวๆ ควรพกติดรถเพื่อความเตรียมพร้อม

รถ

สมัยนี้สาวๆขับรถคนเดียวไม่ค่อยปลอดภัย วันนี้เลยเอาคำแนะนำสำหรับผู้หญิงถึงสิ่งของ 8 อย่างที่ผู้หญิงควรจะมีติดรถไว้ เพื่อเป็นตัวช่วยเมื่อเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน มาดูกันว่ามีอะไรบ้าง

1.กรมธรรม์  และเอกสารสำคัญที่เกี่ยวกับรถ 

โดยเอกสารสำคัญที่ควรเก็บไว้กับตัวรถตลอดเวลาก็คือ กรมธรรม์รถ และเล่มทะเบียนรถ เพราะเวลาที่เกิดอุบัติเหตุ หรือเจ้าหน้าที่ตำรวจขอตรวจจะได้สะดวก เรื่องเล่มทะเบียนรถถือเป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องมีติดรถไว้ตามกฎหมายเลย

2.ไฟฉาย ถือเป็นอุปกรณ์พื้นฐานชิ้นแรกที่สาวๆ ควรมีติดรถไว้ เพราะอย่างน้อยๆก็จะทำให้คุณสาวๆไม่ตกอยู่ในความมืดที่มองไม่เห็น และคาดเดาอะไรไม่ได้ หรือหากรถเสียจะได้ส่องดูกระโปรงรถ หรือจุดที่จะซ่อมแซมได้สะดวก และถึงแม้ว่าปัจจุบันนี้มือถือจะมีโปรแกรมไฟฉายให้แล้วก็ตาม แต่ควรจะประหยัดแบตเตอรี่ไว้ใช้ในการโทรติดต่อสื่อสารในยามฉุกเฉินจะดีกว่า แล้วให้ไฟฉายทำหน้าที่ของมันในการส่องสว่าง แต่อย่าลืมหมั่นเช็คระบบไฟ หรือเช็คถ่านไฟฉายด้วยว่ามันยังพร้อมใช้อยู่หรือไม่

3. ร่ม  เป็นอุปกรณ์พื้นฐานที่สาวๆควรพกติดรถไว้ตลอดเวลาเช่นกัน เผื่อวันไหนแดดร้อนมากๆก็เอาร่มมากางกันผิวเสีย ฝนตกก็จะได้ไม่เปียกเพราะเดี๋ยวจะไม่สบายเอานะคุณสาวๆ

4.สายพ่วงแบตเตอรี่ เพราะปัญหาเรื่องแบตเตอรี่รถยนต์เป็นปัญหาที่มักเกิดขึ้นบ่อยๆ สายพ่วงแบตเตอรี่จึงควรมีติดรถเอาไว้ และเมื่อมีรถมาช่วยพ่วงแบตเตอรี่แล้วจะได้ไม่ต้องไม่วางหาสายพ่วงให้เสียเวลา เพราะในบางครั้งเราไม่ได้อยู่ในแหล่งชุมชนที่วิ่งหาสายพ่วงแบตเตอรี่ได้ ดังนั้นเตรียมพร้อมเอาไว้จะดีกว่า

5.แผนที่ สาวๆอาจจะบอกว่าเชยจัง เพราะสมัยนี้มือถือก็มี GOOGLE MAPS  กันหมดแล้ว แต่อย่าลืมนะว่าต้องใช้สัญญาณผ่านทางอินเตอร์เน็ต ถ้าคุณสาวๆไปอยู่ในที่อับสัญญาณ แผนที่ในมือถือก็ใช้ประโยชน์ไม่ได้เลย และถ้ามือถือแบตเตอรี่หมดก็ใช้งานไม่ได้เช่นกัน ดังนั้นมีแผนที่ติดเอาไว้ยังไงก็ไม่พลาดอย่างน้อยๆก็ทำให้เรารู้ว่า เราอยู่บนถนนเส้นไหน หมายเลขอะไร

6.ถังน้ำมันสำรอง บ่อยครั้งที่คุณสาวๆมักจะขับรถเพลินจนลืมสังเกตเรื่องของน้ำมัน  มารู้ตัวอีกทีก็ตอนน้ำมันใกล้จะหมด หรือหมดไปเสียแล้ว ทางที่ดีควรมีถังน้ำมันสำรองติดรถไว้เสมอ อย่างน้อยก็ทำให้เราขับรถไปหาปั๊มน้ำมันที่อยู่ข้างหน้าได้

7.รองเท้าไม่มีส้น เพราะรองเท้าส้นสูงกับผู้หญิงเป็นของคู่กัน แต่ก็ไม่ควรใส่ตอนขับรถ ควรใส่รองเท้าไม่มีส้นในการขับรถจะปลอดภัยว่า แต่การหารองเท้าไม่มีส้นติดรถไว้สักคู่ ก็เผื่อสำรองไว้ เผื่อวันไหนลืมเปลี่ยนรองเท้าไม่มีส้นขึ้นมาขับรถจะได้มีไว้เปลี่ยน

8.ชุดทำแผลยาประจำตัว  อุบัติเหตุเป็นสิ่งที่สามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ดังนั้นการมีมีอุปกรณ์ทำแผลติดไว้ในรถเป็นเรื่องดี โดยเฉพาสาวๆท่านไหนที่มีโรคประจำตัว แนะนำให้เก็บยาไว้ใกล้ตัว เวลาเกิดเหตุฉุกเฉินทางสุขภาพจะได้หยิบใช้ได้สะดวก

อุบัติเหตุ และเรื่องราวฉุกเฉินมีโอกาสเกิดขึ้นไตลอดเวลา จึงอยากให้สาวๆทั้งหลายที่ขับรถในชีวิตประจำวัน มีความเตรียมพร้อมไม่ประมาท และมีสติในการใช้รถใช้ถนนกันด้วยน๊า

ติดตามบทความเรื่องรถได้ที่ เคล็ดลับน่ารู้
เวปไซด์ automotive-story.com

สิ่งของไม่ควรลืมไว้ในรถยนต์

รถ

รถยนต์ถือเป็นสิ่งอำนวยความสะดวกสบายของมนุษย์ที่ใช้ในการเดินทาง ความปลอดภัยในการขับขี่รถบนท้องถนนเป็นสิ่งสำคัญที่สุด แต่เชื่อไหมว่า สิ่งของบางสิ่งอย่างๆที่คุณชอบนำขึ้นรถและลืมทิ้งไว้  อาจก่อให้เกิดความเสียหาย หรือก่อให้เกิดอันตรายได้ ดังนั้นควรเช็ดความเรียบร้อยทุกครั้งก่อนการขับขี่หรือลงจากรถยนต์ ครั้งนี้เราจึงนำเกร็ดสาระ มาฝากว่า อะไรบ้างที่เป็นสิ่งไม่ควรทิ้งไว้ในรถ เพราะอาจก่อให้เกิดความไม่ปลอดภัยต่อผู้ที่ขับขี่หรือต่อรถยนต์ได้ ไปดูกันว่าอะไรเป็นสิ่งต้องห้ามบ้าง

1.แบตเตอรี่สำรอง เป็นสิ่งที่สาวๆทุกคนต้องมีติดตัวตลอด เพ่อไว้สำรองสำหรับการใช้มือถือ แต่ทราบหรือว่าไม่ว่าแบตเตอรี่สำรองมีความไวต่อปฏิกิริยาเคมี ห้ามเจอความร้อนสูงอาจทำให้เกิดการลัดวงจรและเกิดการลุกไหม้ได้ ดังนั้นทุกครั้งที่จะลงจากรถจึงไม่ควรลืมทิ้งไว้ในรถ

2.โทรศัพท์มือถือ นี่ก็เป็นอีกสิ่งที่ขาดไม่ได้เช่นกัน แต่ถ้าเมื่อใดที่เกิดความร้อน จะทำให้ลงจรภายในโทรศัพท์ได้รับความเสียหาย แบตเตอรี่อาจเกิดการระเบิดได้ ดังนั้นอย่าได้ลืมโทรศัพท์มือถือทิ้งไว้ในรถ ทางที่ดีควรพกติดตัวไว้จะดีกว่า

3.ไฟแช็ค ถ้าลืมไว้ในรถถือเป็นอันตรายอีกอย่าง เพราะถ้าไฟแช็คได้รับความร้อนที่อุณหภูมิเกิน 50 องศาเซลเซียส อาจทำให้แก๊สขยายตัวเกิดเชื้อเพลิงของเหลวในไฟแช็ค ทำให้เกิดระเบิดได้

4.กระป๋องสเปรย์ทุกประเภท เพราะกระป๋องสเปรย์เมื่อถูกความร้อนสูงอาจทำให้วัตถุทางเคมีและแก๊สในกระป๋องขยายตัวจนเกิดประกายไฟและการระเบิด สร้างความเสียหายไม่ใช่น้อย

5.แผ่นยางกันลื่นสำหรับมือถือ หากเกินความร้อนเป็นเวลานานจะทำให้ละลายติดกับตัวรถเกิดความเสียหายได้

6.ยาและครีมกันแดด ถ้าจะนำของสองอย่างนี้ขึ้นรถ ควรเก็บไว้ให้พ้นจากแสงแดด และบริเวณที่ร้อน เพราะจะทำให้ตัวยาและประสิทธิภาพของครีมกันแดดเสื่อมสภาพลงไม่ได้ผลในการรักษาและการกันแดด

7.น้ำหอมปรับอากาศ เพราะน้ำหอมปรับอากาศ เมื่อได้รับความร้อนสูงอาจก่อให้เกิดการละลายเปรอะเปื้อนแผงคอนโซน และหากไม่ได้ทำความสะอาดทันทีจะทำให้เกิดคราบ รอยด่างที่แก้ไม่ได้

8.เครื่องสำอาง   เครื่องสำอาง  เป็นสิ่งที่ไม่ควรทิ้งไว้ในรถยนต์ เพราะหากโดนความร้อนเป็นเวลานาน จะส่งผลให้ครีมเสื่อมประสิทธิภาพ ลดอายุการใช้งาน ไหลละลาย เปรอะเปื้อนรถยนต์ ลิปสติกแท่งโปรดเกิดการเสียหาย ได้ใช้ไม่คุ้มค่ากับราคาที่ซื้อมา

9.ขวดน้ำดื่มที่ได้รับจากการเติมน้ำมัน เพราะสมัยนี้ไม่ว่าจะเติมน้ำมันหรือเติมแก๊สของค่ายพลังงานค่ายไหน ก็มักจะได้รับน้ำดื่มเป็นของสมนาคุณตามโปรโมชั่นของแต่ละค่าย ซึ่งส่วนใหญ่เมื่อได้รับขวดน้ำดื่มก็จะให้เจ้าหน้าผู้เติมน้ำมันเขาขวดน้ำดื่มของแถมเปิดประตูไว้ที่เบาะหรือพื้นด้านหลังคนขับ ซึ่งจะเกิดอันตายเป็นอย่างมากหากขวดน้ำไหลกลิ้งมาที่บริเวณคันเบรก หรือคันเร่งด้านหน้าของคนขับ อาจเป็นสาเหตุให้เกิดอุบัติเหตุโดยไม่คาดคิด ทางที่ดี ควรหาตะกร้าวางไว้ที่เบาะด้านหลังเพื่อเป็นที่สำหรับวางขวดน้ำจะปลอดภัยกว่ามาก

และทั้งหมดที่นำมาบอกคือสิ่งของที่ไม่ควรลืมทิ้งไว้ในรถ เพราะมีแต่ความเสียหาย และก่อให้เกิดอันตรายอย่างไม่คาดคิดได้ ควรตรวจดูสิ่งของเหล่านี้ทุกครั้งก่อนลงจากรถจะได้ ไม่ต้องมานั่งเสียใจในภายหลัง

ติดตามบทความเรื่องรถได้ที่ เคล็ดลับน่ารู้
เวปไซด์ automotive-story.com

เผย 4 เคล็ดลับการยืดอายุยางรถยนต์ใช้ยางได้นาน

ยางรถยนต์

ยางรถยนต์นับได้ว่าเป็นวัตถุเพียงสิ่งเดียวบนรถของคุณที่สัมผัสกับพื้นถนนโดยตรง คุณคงไม่สามารถปฏิเสธได้เลยว่าคุณต้องใส่ใจเป็นพิเศษจริงไหม ยางรถยนต์นั้นจะมีอายุการใช้งานอยู่ประมาณ 2 ปีในยุคปัจจุบัน 

ในบางครั้งคุณอาจจะอยากให้ยางรถยนต์ของคุณนั้นใช้งานได้นานมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะคนที่ไม่ค่อยได้ขับไปไหน เราจึงอยากจะแนะนำวิธีการยืดอายุยางรถยนต์ของคุณให้ใช้ได้นานขึ้นกว่าเดิม ด้วยการดูแลเพิ่มเติมมากยิ่งขึ้น รับรองได้เลยว่าจะทำให้คุณนั้นคุ้มค่าอย่างแน่นอนในการใช้ยางรถยนต์เส้นเดิมของคุณในปัจจุบัน 

1. วิธีการป้องกันปัญหายางรถยนต์เสียหายอย่างรวดเร็ว 

นั่นก็คือคุณไม่ควรที่จะขับเร็วมากจนเกินไป และพยายามลดการเบรกกระชั้นชิด ซึ่งวิธีการเหล่านี้จะทำให้ยางรถยนต์ของคุณนั้นใช้งานได้นานมากยิ่งขึ้น และยังสามารถช่วยถนอมยางรถยนต์ของคุณได้อีกด้วย 

2. คุณควรหมั่นตรวจเช็คลมยางเป็นประจำ 

แรงดันในลมยาง ทำให้รถของคุณนั้นประหยัดน้ำมัน และช่วยถนอมยางรถยนต์ของคุณ เราไม่สามารถปฏิเสธได้หรอกว่าถ้าหากคุณเติมลมยางอย่างเหมาะสมสำหรับการขับขี่ในชีวิตประจำวัน ก็จะสามารถช่วยลดความเสี่ยงในการเสื่อมสภาพของยางรถยนต์ของคุณได้มากยิ่งกว่าเดิม และนอกจากนี้คุณควรจะตรวจเช็คลมยางสำหรับล้อรถสำรองด้วยนะ เผื่อเกิดเหตุฉุกเฉินจะได้สามารถนำมาใช้งานได้อย่างทันท่วงที 

3 ยืดอายุการใช้งานยางรถยนต์ของคุณด้วยการตั้งศูนย์ถ่วงล้อ 

ถ้าหากคุณต้องการให้ยางรถยนต์ของคุณนั้นมีการสัมผัสกับพื้นถนนอย่างถูกต้อง ขอแนะนำให้คุณนั้นใช้วิธีการตั้งศูนย์ถ่วงล้อนี่แหละเป็นวิธีการที่ดีที่สุด จะมีประโยชน์หลายด้านไม่ว่าจะเป็นทางด้าน 

  • ความปลอดภัยของตัวคุณ ซึ่งจะลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุได้เป็นอย่างมาก 
  • การบังคับทิศทางรถยนต์ได้ง่ายมากขึ้น มีประโยชน์มากสำหรับการขับรถในช่วงเวลาฝนตก 
  • ลดความเสี่ยงการสึกหรอของยางรถยนต์อย่างรวดเร็ว ถ้าหากคุณตั้งศูนย์ถ่วงล้ออย่างถูกต้อง คุณก็จะสามารถช่วยลดอันตรายต่อการขับขี่ได้เป็นอย่างมาก 

แน่นอนว่ามีประโยชน์หลายด้านขนาดนี้ อยากให้คุณดูแลยางรถยนต์โดยวิธีนี้เลย

4. ควรเลือกลายยางที่เหมาะสมกับรถของคุณ และการใช้งาน 

ข้อมูลก็ตามนั้นเลยถ้าคุณเลือกลายยางที่เหมาะสมกับรถของคุณ สามารถทำให้คุณนั้นประหยัดค่าใช้จ่ายเรื่องการเปลี่ยนยางได้เป็นอย่างมาก โดยเฉพาะหากใครใช้ยางรถยนต์ที่มีดอกยางลึก จะสามารถช่วยทำให้คุณนั้นใช้งานได้นานมากยิ่งขึ้น มีประโยชน์ในการใช้งาน และการยึดเกาะถนนในระยะยาว 

เห็นไหมว่าการดูแลยางรถยนต์ เพื่อยืดอายุให้นานมากยิ่งขึ้นก็ไม่ได้ยากอย่างที่คิด และถ้าหากคุณใช้แล้วประสบความสำเร็จ อยากให้คุณแบ่งปันเรื่องราวเหล่านี้ให้กับคนที่คุณรู้จักด้วย จะได้ช่วยกันประหยัดค่าใช้จ่ายโดยเฉพาะค่ายางรถยนต์ของคุณ ถ้าคุณนำ 4 วิธีนี้ไปใช้รับรองได้เลยว่าจะต้องทำให้ยางรถยนต์ของคุณนั้นคุ้มค่ามากยิ่งขึ้นกว่าเดิมอย่างแน่นอน 

ภาพจาก pixabay

ติดตามบทความเรื่องรถได้ที่ รวมเรื่องรถน่ารู้
เวปไซด์ automotive-story.com