Mercedes Benz เปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้า

Mercedes Benz

Mercedes Benz เปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้า VISION EQXX

เมื่อช่วงปลายเดือนธันวาคมที่ผ่านมาบริษัท Mercedes Benz บริษัทผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ของชาวเยอรมันได้มีการออกมาบอกว่าบริษัท Mercedes Benz จะมีการเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ในช่วงต้นเดือนมกราคม ซึ่งจะเป็นรถยนต์ Mercedes Benz VISION EQXX

Mercedes Benz VISION EQXX จะเป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่มีประสิทธิภาพสูงมากโดยระยะทางที่รถยนต์คันนี้สามารถเดินทางได้ก็คือ 1000 กิโลเมตรต่อการชาร์จ 1 ครั้ง ซึ่งรถยนต์คันนี้จะใช้พลังงาน 10 KWh ต่อ 100 กิโลเมตร มากกว่า 6 ไมล์ต่อ KWh เมื่อเทียบเป็นระยะทางสำหรับรถยนต์ที่ใช้น้ำมันก็คือใช้น้ำมัน 1 ลิตรต่อการเดินทาง 100 กิโลเมตร 

โดยบริษัท Mercedes Benz ตั้งใจให้รถยนต์รุ่นนี้เป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่สามารถใช้พลังงานได้มีประสิทธิภาพสูงสุด โดยไม่ใช้แบตเตอรี่ที่มีขนาดใหญ่เกินไปแต่ว่าจะมีการปรับเปลี่ยนในเรื่องของระบบขับเคลื่อน ความหนาแน่น ระบบแอโรไดนามิก และสร้างรถยนต์คันนี้ให้มีน้ำหนักเบา 

Mercedes Benz VISION EQXX น้ำหนักเพียงแค่ 1,750 กิโลกรัมให้รถยนต์คันนี้ถูกจัดอยู่ในหมวดหมู่รถยนต์ SUVs มากกว่าจะเป็นรถยนต์ Sport cars และด้วยน้ำหนักที่น้อยทำให้รถยนต์คันนี้มีน้ำหนักน้อยกว่ารถยนต์ Mercedes Benz EQS ซึ่งเป็นรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นแรกของ Mercedes Benz ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยทำให้รถยนต์ Mercedes Benz VISION EQXX เป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่มีความหรูหรามาก และมีประสิทธิภาพที่ดีกว่า Mercedes Benz EQS เป็นอย่างมากแค่เทียบระยะทางในการเดินทางก็เยอะกว่ามากเลยทีเดียวโดยรถยนต์Mercedes Benz EQS สามารถเดินทางได้เพียง 770 กิโลเมตรต่อการชาร์จ 1 ครั้งเพียงเท่านั้น นอกจากมีแบตเตอรี่สำหรับชาร์จไฟฟ้าที่ใช้ในการขับเคลื่อนรถยนต์แล้วบริเวณหลังคาของรถยนต์ยังมีแผงโซล่าเซลล์ ที่ใช้ในการแปลงพลังงานแสงอาทิตย์เป็นพลังงานไฟฟ้าอีกด้วยทำให้รถยนต์ไฟฟ้าคันนี้สามารถเดินทางได้มากขึ้นอีก 25 กิโลเมตร 

Mercedes Benz VISION EQXX ที่ได้ถูกเปิดตัวมาเมื่อวันที่ 3 มกราคมเป็นเพียงรถยนต์ต้นแบบ โดยในตอนแรกทางบริษัท Mercedes Benz ตั้งใจจะเปิดตัวในงาน CES (Consumer Electronics Show) ที่เปิดให้ผู้ชมสามารถเข้ามาชมในงานได้แต่ด้วยการเพิ่มขึ้นของการแพร่ระบาดของโรคโควิชทำให้งานถูกจัดในรูปแบบออนไลน์แทน

เช่นเดียวกันกับบริษัทรถยนต์รายอื่น ๆ บริษัท Mercedes Benz ตั้งใจที่จะเปลี่ยนรถยนต์ที่ใช้น้ำมันเป็นรถยนต์ที่ใช้ไฟฟ้าทั้งหมดภายในปี 2030 หรืออีกประมาณ 8 ปีข้างหน้านี้ แต่ว่ายังคงจำหน่ายรถยนต์ที่ใช้พลังงานในการขับเคลื่อนสำหรับประเทศที่ยังไม่มีเงินทุนมากพอที่จะซื้อรถยนต์ไฟฟ้าด้วยเช่นเดียวกัน

ภาพ Screenshot จาก Cnet Highlight

ข้อมูลจาก The Verge

ติดตามบทความเรื่องรถได้ที่ รวมเรื่องรถ
เวปไซด์ automotive-story.com และสามารถติดตาม บทความอื่นๆที่น่าสนใจได้ทาง facebook

บริษัท Tesla เจอคู่แข่ง

Xpeng motors

บริษัท Tesla เจอคู่แข่ง Xpeng motors เดินหน้าพัฒนารถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติ

โลกของเราเริ่มเปลี่ยนแปลงไป เทคโนโลยียานยนต์ก็เปลี่ยนแปลงไปเช่นกันหลาย ๆ บริษัทเริ่มเปลี่ยนจากรถยนต์ที่ใช้พลังงานน้ำมันในการขับเคลื่อนเปลี่ยนไปใช้พลังงานไฟฟ้าแทนเพื่อให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและใช้แทนน้ำมันเป็นทรัพยากรที่ใช้แล้วหมดไปโดยผู้นำทางด้านเทคโนโลยีรถยนต์ไฟฟ้าก็คือบริษัท Tesla ของอีลอนมัสก์

จุดเด่นของรถยนต์ Tesla ก็คือระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติที่อำนวยความสะดวกสบายให้กับผู้ขับขี่ซึ่งจุดเด่นนี้ทำให้รถยนต์ของบริษัท Tesla ยังคงเป็นที่นิยมอยู่ในตลาด แต่ดูเหมือนว่าประเทศจีนก็ไม่น้อยหน้าด้วยเช่นเดียวกันโดยบริษัท Xpeng motors ก็ได้มีการพัฒนารถยนต์ไฟฟ้าขับเคลื่อนอัตโนมัติ ซึ่งก็มีแนวโน้มว่าจะเป็นคู่แข่งของบริษัท Tesla ในอนาคต

Xpeng motors มีการพัฒนาระบบที่มีชื่อว่า Xpilot Pilot 3.5 ซึ่งเป็นระบบที่ใช้ในการขับเคลื่อนอัตโนมัติ โดยมีการเปิดตัวมาพร้อมกับ City NGP ซึ่งเป็นระบบนำทาง ระบบนี้จะช่วยให้รถยนต์นั้นสามารถขับเคลื่อนไปได้ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนเลนส์หรือการเพิ่มความเร็วและลดความเร็ว รวมไปถึงการแซงหน้ารถคันอื่นและสามารถขับเข้าออกไฮเวย์ได้ อย่างไรก็ตามทางบริษัท Xpeng motors พัฒนาระบบดังกล่าวเพื่อมาใช้ในเมืองเพียงเท่านั้นในตอนนี้

Xpilot Pilot 3.5 จะอยู่ในรถยนต์รุ่น Xpeng P5 car ซึ่งจะมีการเปิดตัวในช่วงปีนี้ ซึ่งการอัพเกรดจะออกมาให้ลูกค้าอัพเกรดในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2022 นอกจากทางบริษัท Xpeng motors จะเปิดตัว Xpilot Pilot 3.5 ยังมีการพูดถึง Xpilot Pilot 4.0 ซึ่งระบบที่เอาเกรดมาจาก Xpilot Pilot 3.5 จะเป็นตัวช่วยให้รถยนต์นั้นสามารถเข้าจอดได้นั่นเอง โดย Xpilot Pilot 4.0 จะเปิดตัวในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2023

นอกจากนี้บริษัท Xpeng motors ก็ได้เปิดตัวสถานีชาร์จใหม่ด้วยเช่นเดียวกันสำหรับรถยนต์ Xpeng โดยการชาร์จ 5 นาทีจะทำให้รถยนต์มีแบตเตอรี่วิ่งได้ถึง 200 กิโลเมตรเลยทีเดียว

ดูเหมือนว่าบริษัทรถยนต์ของจีนรายนี้จะกลายเป็นคู่แข่งคนสำคัญของบริษัท Tesla ซึ่งก็ต้องดูว่าทั้งสองบริษัทนั้นจะมีการอัพเกรดยกระดับรถยนต์ไฟฟ้าของตัวเองได้มากแค่ไหนและในเรื่องความปลอดภัยของการขับขี่โดยใช้ระบบขับเคลื่อนอัตโนมัตินั้นจะมีความปลอดภัยมากแค่ไหนเพราะว่าก่อนหน้านี้บริษัท Tesla ก็ได้มีการถูกโจมตีเกี่ยวกับเรื่องความปลอดภัยของระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติ ซึ่งทาง Tesla ก็กำลังเร่งแก้ไขอยู่ในปัจจุบันนี้

แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตามล่าสุดบริษัท Tesla ก็กลายเป็นบริษัทที่มีมูลค่าตลาดทะลุ 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐเป็นที่เรียบร้อย ราคาของหุ้นก็ทำจุดสูงสุดใหม่เป็นที่เรียบร้อย และก็ยังเดินหน้าผลิตรถยนต์อย่างต่อเนื่อง เรียกได้ว่าบริษัท Tesla เป็นบริษัทมหาอำนาจในอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้าเลยก็เป็นได้ในตอนนี้ และคงจะหาคู่แข่งมาเทียบเคียงได้ยากมากเลยทีเดียว

ภาพ Screenshot จาก Hey Xpeng

ข้อมูลจาก CNBC

ติดตามบทความเรื่องรถได้ที่ รวมเรื่องรถ
เวปไซด์ automotive-story.com และสามารถติดตาม บทความอื่นๆที่น่าสนใจได้ทาง facebook

ABB เปิดตัวปั๊มชาร์จ EV ที่เร็วที่สุดในโลก

ABB

บริษัท ABB ได้มีการประกาศเรื่องสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า

ในอนาคตโลกเราจะต้องเจอกับปัญหาภาวะโลกร้อนที่หนักหน่วงมากยิ่งขึ้น ซึ่งในตอนนี้หลาย ๆ ฝ่ายและหลาย ๆ ประเทศก็เริ่มที่จะดำเนินการแก้ไขปัญหาสภาวะโลกร้อนเท่าที่จะแก้ไขได้แล้ว ซึ่งหนึ่งในโครงการที่ตลาดประเทศนั้นเริ่มดำเนินการก็คือการเปลี่ยนรถยนต์ที่ใช้น้ำมันเปลี่ยนรถยนต์ที่ใช้ไฟฟ้านั่นเอง เพราะว่าน้ำมันถือว่าเป็นแหล่งพลังงานที่ใช้แล้วหมดไปและแถมยังเพิ่มก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และก๊าซคาร์บอนมอนออกไซด์ซึ่งเป็นหนึ่งในก๊าซเรือนกระจกที่ทำให้เกิดสภาวะโลกร้อนมากขึ้น

ในอนาคตการมาถึงของรถยนต์ไฟฟ้าทำให้มีความจำเป็นที่ต้องมีปั๊มชาร์จไฟฟ้าให้กับเครื่องยนต์แทนที่ปั๊มน้ำมันนั่นเองซึ่งสิ่งที่เป็นปัญหาการชาร์จไฟให้กับรถยนต์ไฟฟ้านั้นจะใช้เวลาที่ยาวนานกว่าการเติมน้ำมันไปในรถยนต์ที่ขับอยู่บนท้องถนนในปัจจุบันนี้ ดังนั้นนอกจากความจำเป็นที่จะต้องจัดตั้งสถานีชาร์จให้ได้มากที่สุดแล้วยังมีความจำเป็นที่จะต้องทำให้สถานีชาร์จนั้นมีประสิทธิภาพพอที่จะชาร์จไฟให้กับรถยนต์ด้วยเวลาที่น้อยที่สุดด้วย

ซึ่งในตอนนี้ผู้ที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับรถยนต์ไฟฟ้าก็เริ่มมีการพัฒนาสถานีชาร์จด้วยเช่นเดียวกันตัวอย่างเช่นบริษัท Tesla ที่เป็นบริษัทรถยนต์ไฟฟ้าชั้นนำของโลก ก็พัฒนาสถานีชาร์จรุ่น “Supercharge” ซึ่งสามารถชาร์จไฟได้สูงถึง 250 KWs ซึ่งก็มีความเร็วในการชาร์จที่สูงมากแต่ว่าก็ยังไม่ใช่เป็นสถานีชาร์จที่มีความเร็วในการชาร์จสูงสุด โดยสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าที่มีอัตราความเร็วในการชาร์จสูงสุดนั้นเป็นของบริษัท ABB ซึ่งเป็นบริษัทวิศวกรรมของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ โดยสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าของบริษัท ABB นั้นมี นั้นมีอัตราการชาร์จไฟฟ้าสูงถึง 360 KWs ซึ่งสามารถชาร์จไฟให้กับรถยนต์ไฟฟ้าเต็มโดยใช้เวลาไม่ถึง 15 นาทีหรือก็คือสามารถชาร์จไฟให้รถยนต์วิ่งได้ถึง 62 ไมล์ภายในระยะเวลาไม่ถึง 3 นาที

โดยทางบริษัท ABB ได้มีการประกาศเรื่องสถานีชาร์จเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 30 กันยายนที่ผ่าน โดยให้ชื่อสถานีชาร์จที่มีความเร็วที่สุดในโลกมีว่า “Terra 360” โดยจะมีการเปิดในทวีปยุโรปอย่างเป็นทางการในช่วงปลายปีนี้และจะกระจาย Terra 360 ไปทั่วทั้งโลกภายในปีหน้า

เมื่อทั้งโลกมีความต้องการที่เหมือนกันและรถยนต์ไฟฟ้าก็ดูเหมือนว่าจะเป็นยานพาหนะที่จะมีการใช้กันอย่างแพร่หลายในอนาคต ดังนั้นการผลิตสถานีชาร์จให้มีประสิทธิภาพก็เป็นสิ่งที่จำเป็นไม่แพ้กับการผลิตรถยนต์เลยทีเดียวเพราะถ้าหากว่าสถานีชาร์จมีไม่เพียงพอการที่ประเทศใดประเทศหนึ่งจะเปลี่ยนรถยนต์ที่ใช้น้ำมันเป็นรถยนต์ไฟฟ้านั้นก็เป็นเรื่องยากด้วยเช่นเดียวกัน

ภาพจาก Pixabay

ข้อมูลจาก Cnet , การเงินธนาคาร

ติดตามบทความเรื่องรถได้ที่ รวมเรื่องรถ
เวปไซด์ automotive-story.com และสามารถติดตาม บทความอื่นๆที่น่าสนใจได้ทาง facebook

เมืองนิวยอร์คแบนรถยนต์ใช้น้ำมันในปี 2035

เมืองนิวยอร์ค

เมืองนิวยอร์คในประเทศสหรัฐอเมริกามีแผนการที่จะลดอัตราการใช้งานรถที่ใช้พลังงานน้ำมัน

ต้องยอมรับว่าในปัจจุบันนี้โลกของเรากำลังเดินหน้าเข้าสู่วิกฤตที่ใหญ่กว่าโควิดนั่นก็คือภาวะโลกร้อนที่ดูเหมือนว่าตอนนี้จะแก้ไขปัญหาไม่ทันเสียแล้ว นับตั้งแต่โลกของเราได้เดินทางเข้าสู่ยุคปฏิวัติอุตสาหกรรมและมีเทคโนโลยีเข้ามารวมถึงประชากรของโลกเพิ่มขึ้นทำให้อัตราการปล่อยก๊าซเรือนกระจกโดยเฉพาะก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์นั้นมีอัตราเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และโลกของเรามีค่าเฉลี่ยที่จะร้อนขึ้นทุก ๆ ปี ซึ่งประเทศส่วนใหญ่ก็เริ่มที่จะหาทางแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยหนึ่งในวิธีที่ดีที่สุดที่จะช่วยให้โลกของเรานั้นชะลอการเพิ่มสูงขึ้นของอุณหภูมินั้นก็คือการลดอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์

ต้องยอมรับว่าเมื่อประชากรเพิ่มสูงขึ้นทำให้การจราจรก็เพิ่มขึ้นด้วยเช่นเดียวกันในปัจจุบันนี้รถยนต์ที่ใช้ส่วนใหญ่เป็นรถยนต์ที่ใช้พลังงานมาจากน้ำมันซึ่งเป็นทรัพยากรที่ใช้แล้วหมดไปและส่งผลเสียต่อสิ่งแวดล้อมเป็นอย่างมากเลยทีเดียว เมืองหลายเมืองพบเจอกับปัญหาก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เนื่องจากการจราจรที่ติดขัด ทำให้หลายๆ ประเทศเริ่มมีเป้าหมายที่จะเปลี่ยนรถยนต์ใช้พลังงานน้ำมันเป็นรถยนต์ใช้พลังงานไฟฟ้า เมืองนิวยอร์คในประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นอีกเมืองหนึ่งที่มีแผนการที่จะลดอัตราการใช้งานรถที่ใช้พลังงานน้ำมัน โดยในปี 2035 เมืองนิวยอร์คจะแบนรถยนต์พี่ใช้พลังงานน้ำมัน โดยมีการออกกฎหมาย A.4302/S.2758 ที่ได้มีการลงนามโดย Kathy Hochul ผู้ที่เป็นผู้ว่าราชการเมืองนิวยอร์ก โดยกฎหมายดังกล่าวเป็นกฎหมายที่จะห้ามซื้อขายรถยนต์ที่ใช้พลังงานน้ำมันดีเซลและแก๊สภายในปี 2035 โดยรถยนต์ทุกชนิดไม่ว่าจะเป็นรถยนต์โดยสารรถขนส่งรถยนต์ออฟโรดจะต้องจำหน่ายในรูปแบบ Zero emission

นอกจากนี้กฎหมายดังกล่าวนั้นยังออกมาเพื่อวัตถุประสงค์ที่จะลดการปล่อยมลพิษจากรถบรรทุกอีกด้วยโดยภายในปี 2045 รถบรรทุกขนาดกลางจนไปถึงขนาดใหญ่จะเป็นรถยนต์ที่ไม่มีการปล่อยมลพิษ ซึ่งเมืองนิวยอร์คนั้นจะมีการเริ่มต้นเป็นเมืองไร้มลพิษตั้งแต่ปี 2025 โดยมีเป้าหมายที่จะลดอัตราการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้ได้ถึง 85 เปอร์เซ็นต์ภายในปี 2050

อย่างไรก็ตามกฎหมายที่ได้ออกมาเกี่ยวกับการแบนการซื้อรถยนต์ที่ใช้พลังงานแก๊สและน้ำมันนั้นจะไม่มีผลย้อนหลังกับผู้ที่ได้ครอบครองรถยนต์ที่ใช้พลังงานดังกล่าวก่อนหน้านี้ และการที่เมืองนิวยอร์คได้ออกกฎหมายนี้ คงทำให้อุตสาหกรรมรถยนต์นั้นต้องเปลี่ยนแปลงไปมากอย่างแน่นอนในอนาคตอุตสาหกรรมรถยนต์ทั่วทั้งโลกคงเดินหน้าที่จะผลิตรถยนต์ไฟฟ้ามากขึ้นซึ่งในปัจจุบันก็มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่องด้วยเช่นเดียวกัน

ภาพจาก Pixabay

ข้อมูลจาก Cnet

ติดตามบทความเรื่องรถได้ที่ รวมเรื่องรถ
เวปไซด์ automotive-story.com และสามารถติดตาม บทความอื่นๆที่น่าสนใจได้ทาง facebook

TESLA MODEL X รถหรูเปิดประตูแบบมีปีกได้

TESLA MODEL X

ถ้าพูดถึงส่วนของรถยนต์ในค่าย TESLA เรียกได้ว่าเป็นที่ฮือฮาในตลาดรถยนต์ของไทยอย่างมาก เนื่องจากค่ายรถยนต์ TESLA เป็นค่ายรถยนต์ที่มีชื่อเสียงอย่างมากในสหรัฐอเมริกา และเริ่มขายในไทยอย่างเป็นทางการแล้ว การที่จะมีรถสักคันแน่นอนว่าไม่ได้เพียงต้องการที่รูปลักษณ์สวยงามเพียงอย่างเดียว

แต่การใช้สอยของรถยนต์ในค่าย TESLA ก็เป็นค่ายแรกที่พัฒนาระบบรถยนต์ไฟฟ้าอย่างเป็นทางการ แม้แต่รถยนต์แบบ SUV ของ TESLA เช่นกัน โดยเฉพาะรุ่น TESLA MODEL X ซึ่งเป็นรถยนต์อีกรุ่นที่ทำให้นึกถึง “นกฟินิกซ์” อย่างแท้จริงเลยล่ะ

จุดเด่นก็คือเป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่นิยมใช้ในกลางแจ้งอย่างมาก ซึ่งได้พัฒนา TESLA MODEL X เพื่อสิ่งนี้โดยเฉพาะ พัฒนาการขับขี่ให้สมรรถนะสูงๆ ซึ่งตอบโจทย์กลุ่มชอบความแรงของรถยนต์อย่างมาก แต่รูปทรงการออกแบบทำให้นึกถึงรถยนต์พวก Porsche อย่างมาก

เพราะการออกแบบทำให้ใครหลายคนไม่เชื่อว่านี่คือรถยนต์สายลุยแห่งอนาคตจริงๆ ระบบกรองอากาศใช้นวัตกรรมเดียวกับการกรองอากาศในห้องปลอดเชื้อของโรงพยาบาล ซึ่งมีชื่อว่า HEPA FILTER จะช่วยป้องกันแบคทีเรีย ไวรัสต่างๆ โปรโตซัว สปอร์ของพืช หรือเชื้อโรคชนิดอื่นๆ ที่มีโอกาสทำลายสุขภาพ ต้องบอกเลยว่าตอบโจทย์ในสถานการณ์นี้อย่างมากเลยทีเดียว

ซึ่งไปไหนมาไหนนอกจากต้องมีเครื่องกรองอากาศ กรองเชื้อด้วย มี TESLA MODEL X แค่คันเดียวไม่ต้องซื้ออะไรเพิ่มเติมเลยล่ะ ความคุ้มค่าที่ได้มากับสุขภาพเรียกได้ว่าคุ้มยิ่งกว่าคุ้มเสียอีก แต่สิ่งที่ไม่พูดไม่ได้เลยนั่นก็คือ “ประตูรถยนต์ที่เหมือนกางปีก” โดยปกติแล้วจะเปิดออกด้านข้าง แต่ TESLA MODEL X จะเปิดออกแบบยกขึ้นจนเหมือนรถยนต์บินได้ และมีความคล้ายๆ กับภาพยนตร์เรื่อง Transformers ที่เป็นยนตรกรรมแปลงร่างเป็นหุ่นยนต์ (แต่ TESLA MODEL X ยังไม่ขั้นนั้น เพราะทำประตูออกมาแบบนี้เรียกว่าจิ๊บๆ) TESLA MODEL X ออกแบบมา 3 รุ่นย่อย ขนาดตัวถังมีความใหญ่พอสมควร จะมีขนาดของตัวถังที่ติดตั้งจากโรงงานประมาณ 5.037×2.070×1.684 ม.ในส่วนของความเร็วเริ่มต้น จะทำความเร็วเฉลี่ยโดยสูงสุด 209 กม./ชม. หรือประมาณ 130 ไมล์/ชม. ถือว่าเป็นรถยนต์สมรรถนะแรงที่ใช้ระบบไฟฟ้า และตอบโจทย์กับสภาพต่างจังหวัดของประเทศไทยอย่างมาก แต่ถ้าหากมีสถานีชาร์จไฟอาจจะเห็น TESLA MODEL X ในอนาคตก็เป็นได้

แต่ถ้ามีจริงๆ เรียกได้ว่าเพิ่มความปังมากขึ้น ราคาของรถยนต์รุ่น TESLA MODEL X จะตกอยู่ในราคาเริ่มต้นที่ 2.84 ล้านบาทไทย ถ้าหากใครสนใจอาจจะต้องสั่งจากทางค่าย TESLA โดยตรง หรือต้องรอติดตามในงาน Motor Show เพราะ TESLA จะตั้งบูทรถยนต์สำหรับรุ่นนี้ให้เห็นเพิ่มด้วย

ถ้าไม่อยากกังวลเรื่องภาษี หรือไม่อยากเสียภาษีนำเข้า แนะนำว่ารอไปในงานเลย เพราะภายในงานอาจจะมีโปรโมชั่นพิเศษรอคุณอยู่ก็เป็นได้

#รถยนต์ #TESLA #รถยนต์ไฟฟ้า #รวมเรื่องรถ #automotive-story.com