รวม 5 เทคนิคการเลือกซื้อ มอเตอร์ไซค์ ให้ประหยัดและคุ้มค่าที่สุด

รวม 5 เทคนิคการเลือกซื้อ มอเตอร์ไซค์ ให้ประหยัดและคุ้มค่าที่สุด

สำหรับใครที่รู้ตัวว่าเป็นผู้มีรายได้น้อยแต่อยากจะลงทุนซื้อรถมอเตอร์ไซค์มาไว้ใช้งานสักคัน ต้องห้ามพลาดบทความนี้เลย เพราะวันนี้เรามี 5 เทคนิคการเลือกซื้อ มอเตอร์ไซค์ อย่างไรให้ประหยัดและคุ้มค่าที่สุดมาฝากกัน เพื่อเป็นแนวทางในการเลือกซื้อรถ ที่จะได้ทั้งความประหยัดและความคุ้มค่าในคราเดียวกัน มาดูกันดีกว่าว่าจะเทคนิคอะไรบ้าง ตามมาเช็คไปพร้อมๆ กันเลย

1. เลือกรถให้ตรงกับไลฟ์สไตล์

เลือกรถ มอเตอร์ไซค์ ให้ตรงกับสไตล์ตัวเอง รวมถึงลักษณะภูมิประเทศที่อยู่อาศัยด้วย เช่น ทำงานทางไกลก็ต้องเลือกรถที่ขับทางไกลได้ดี โครงสร้างทนทาน หากใช้รถในพื้นที่เป็นภูเขาก็ต้องเลือกรถที่มีแรงบิดดี ขึ้นลงเขาได้สบายๆ ซึ่งหากเลือกรถที่ไม่ตรงกับการใช้ชีวิต ก็อาจจำเป็นต้องซื้อเพิ่มหรือต้องเปลี่ยนรถใหม่อยู่บ่อยๆ ทำให้รายจ่ายตามมาอีกเพียบ

2. เลือกรถมือสองแทนรถใหม่

การเลือกจักยานยนต์มือสอง เนื่องจากค่าตัวรถถูกกว่ามือหนึ่งแน่นอน โดยเฉพาะคันที่เป็นรองจากผู้ใช้งานมือแรก บางคนใช้รถน้อยมากๆ ขับไม่ถึง 10,000 กิโลเมตรก็มี ดังนั้นการเลือกรถมือสองก็จะช่วยในการประหยัดเงินได้หลายบาททีเดียว อย่างบางคันราคา 8,000 บาท และใช้งบในการซ่อมบำรุงรักษาอีกประมาณ 10,000 ก็เอาให้ขั้นเทพไปเลย แบบนี้ก็ทำให้สามารถใช้งานได้อีกยาวนาน เป็นหลักแสนกิโลได้แบบสบายๆ

3. ซื้อรถด้วยเงินสด

ต่อมาเลือกซื้อรถจักรยานยนต์ด้วยเงินสด จะทำให้ประหยัดเงินได้มากกว่าการที่ซื้อรถแบบเงินผ่อน โดยเฉพาะการดาวน์น้อยๆ ผ่อนนานๆ จะยิ่งทำให้รายจ่ายสูงขึ้นอีกเป็นเท่าตัว

4. ซื้อแบบฟรีดาวน์ดอกเบี้ยแพง

ให้หลีกเลี่ยงการซื้อรถจักรยายนต์แบบฟรีดาวน์ เพราะดอกเบี้ยจะแพงกว่ามากๆ ทำให้ค่าใช้จ่ายที่จะต้องผ่อนรถในแต่ละเดือนนั้นสูงมากๆ เช่นกัน และระวังการเลือกซื้อรถยี่ห้อที่ไม่ค่อยได้รับความนิยมกัน เพราะราคาจะตก ซึ่งหากจำเป็นต้องขายรถก็อาจกลายเป็นปัญหาใหญ่ได้ในภายหลัง

5. เลือกซื้อเงินผ่อนต้องดาวน์ให้มากที่สุด

สำหรับการเลือกซื้อ มอเตอร์ไซค์ แบบเงินผ่อนนั้น แนะนำว่าควรวางเงินดาวน์ให้ได้มากที่สุด อย่างหนึ่งคือเพื่อความสบายใจ และที่สำคัญดอกเบี้ยจะน้อยกว่า การผ่อนชำระต่อเดือนก็น้อยกว่าเช่นกัน โดยเฉพาะรถจักรยานยนต์ยี่ห้อที่คนไม่ค่อยนิยม ราคาอาจตกแรงจึงควรดาวน์ให้มากเข้าไว้ หากมีปัญหาผ่อนไม่ไหวขึ้นมา ก็สามารถขายออกได้ง่ายกว่ารถฟรีดาวน์ หรือรถดาวน์น้อยๆ

และนี่ก็คือ 5 เทคนิคการเลือกซื้อ มอเตอร์ไซค์ ให้ประหยัดและคุ้มค่าที่สุด ถึงแม้ว่ารถมอเตอร์ไซค์นั้นราคาอาจไม่ได้แพงมากเหมือนกับรถยนต์ แต่สำหรับคนที่มีเงินเดือนน้อยๆ นั้นถือว่าเป็นเรื่องใหญ่พอสมควร เพราะหากเลือกผิดพลาดขึ้นมาก็จะกลายเป็นปัญหาใหญ่ในชีวิตได้เลย ดังนั้นควรเลือกรถให้เหมาะสมกับตัวเอง รวมไปถึงงบประมาณและไลฟ์สไตล์ของตนเองด้วย เพียงเท่านี้ก็จะมีรถไว้ใช้อย่างมีความสุขแล้ว

รูปภาพประกอบ : salehere.co.th

รูปภาพประกอบ : greatbiker.com

ติดตามบทความเรื่องรถได้ที่ รวมเรื่องรถ
เวปไซด์ automotive-story.com และสามารถติดตาม บทความอื่นๆที่น่าสนใจได้ทาง facebook

3 วิธีการกำจัดปัญหารอยขีดข่วนกับสีรถยนต์ โดยที่ไม่ต้องง้อช่างที่อู่

3 วิธีการกำจัดปัญหารอยขีดข่วนกับสีรถยนต์ โดยที่ไม่ต้องง้อช่างที่อู่

รับประกันได้เลยว่าทุกคนที่มีรถยนต์ จะกังวลใจกับเรื่องนี้อย่างแน่นอน นั่นก็คือปัญหารอยขีดข่วน ใช่แล้วคุณอ่านไม่ผิดแต่อย่างใด ปัญหานี้นั้นเราเชื่อได้เลยว่าทุกคนน่าจะกังวลใจไม่แพ้กัน และบางคนกำลังพบเจอปัญหานี้อยู่อย่างแน่นอน ซึ่งเรามีวิธีการแก้ไขปัญหาเหล่านี้ได้แบบง่าย ๆ ที่คุณนั้นสามารถทำได้ด้วยตัวคุณเอง วิธีการง่ายมาก แต่เราต้องบอกก่อนว่าวิธีการเหล่านี้เป็นวิธีการแบบ DIY ที่สามารถทำได้ที่บ้านเท่านั้นแต่ถ้าหากเป็นรอยที่มีร่องลึกจนต้อง ใช้สีเดิมในการเพิ่มเติมความสวยงามแล้ว เราก็เราขอแนะนำให้ไปพบช่างแต่ถ้าหากเป็นรอยขีดข่วนแบบปกติ คุณก็สามารถใช้วิธีการเหล่านี้ได้เช่นเดียวกัน ซึ่งวิธีการก็มีดังต่อไปนี้ 

1. วิธีการกำจัดรอยขีดข่วนบาง ๆ แบบขนแมวด้วยกระดาษทรายละเอียดแบบสุด ๆ 

สำหรับใครที่มีปัญหารอยขีดข่วนบาง ๆ แบบขนแมวที่ติดอยู่ตามกระโปรงรถ และบริเวณตัวถังของคุณแล้วก็ขอแนะนำวิธีการที่ดีที่สุด ซึ่งสามารถช่วยให้คุณนั้นประหยัดเงินหลักพันได้เลยทีเดียวด้วยกระดาษทรายเบอร์ 3,000 ให้คุณนั้นนำกระดาษทรายเบอร์นี้พร้อมกับน้ำเล็กน้อยให้คุณถูวนน้ำเบาๆในจุดที่มีปัญหา ซึ่งวิธีนี้จะสามารถทำให้คุณนั้นลบเลือนรอยขีดข่วนออกไปได้แบบง่าย ๆ และแน่นอนว่าเมื่อเสร็จแล้ว เราขอแนะนำให้คุณใช้สเปรย์เคลือบเงาหรือน้ำยาเคลือบเงา เพื่อเก็บงานจะสามารถช่วยให้คุณนั้นประหยัดเงินได้หลายพันเลยทีเดียว 

2. การแก้ไขปัญหารอยขีดข่วนของสีรถยนต์ ด้วยยาสีฟันใช้งานได้ผลจริง 

เคล็ดลับที่ได้ผลดีไม่แพ้กัน นั่นก็คือการใช้ยาสีฟัน 1 หลอดในการแก้ไขปัญหาเรื่องสีของรถยนต์ของคุณที่ไม่ได้มีร่องรอย จนถึงขั้นขูดกับตัวถังโลหะหรืออลูมิเนียม ขอแนะนำให้คุณนั้นใช้ยาสีฟันที่มีส่วนผสมของWhitening ซึ่งวิธีนี้จะสามารถช่วยให้รถยนต์ของคุณปรับสภาพสีกลับมาใกล้เคียงกับของเดิมได้อย่างรวดเร็ววิธีการทำ ก็มีขั้นตอนดังต่อไปนี้นั่นก็คือ 

การใช้ผ้า สะอาด 1 ผืนกับยาสีฟัน บีบจำนวนเท่าเม็ดถั่วในการวนตามจุดแต่ละจุด ซึ่งวิธีนี้จะสามารถช่วยให้ลบเลือนร่องรอยการขีดข่วนได้มากพอสมควร และแน่นอนว่านี่คือความมหัศจรรย์ของยาสีฟันอย่างแท้จริงซึ่งคุณนั้นสามารถทำตามได้เลยทันที 

3. น้ำยาขัดสีรถ ช่วยกำจัดร่องรอยหนักได้ 

สำหรับใครที่มีร่องรอยการเฉี่ยวชน และมีสีที่แปลกปลอมนอกเหนือจากสีของรถคุณ คุณสามารถใช้ผลิตภัณฑ์น้ำยาขัดสีรถเป็นตัวช่วยอีกอย่างหนึ่ง ที่สามารถกำจัดสีรถของรถคันที่ชนคุณได้ ซึ่งจะสามารถกำจัดปัญหาเหล่านี้ออกได้แบบง่าย ๆ และรวดเร็ว วิธีการก็ใช้การทาน้ำยาเหล่านี้ลงไปแล้วใช้ผ้านุ่ม ๆ วนกับน้ำเล็กน้อย ซึ่งจะใช้เวลาไม่นานก็จะสามารถกำจัดสีรถของผู้ที่มาเฉี่ยวชนคุณได้ แน่นอนว่าถ้าหากแผลนั้นไม่ลึกมาก และไม่เข้าไปถึงสีผิวของเนื้อจริง คุณก็สามารถใช้วิธีการสอนวิธีขั้นตอนด้านบนได้เช่นเดียวกันซึ่งจะสามารถช่วยให้คุณประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากกว่าเดิม กับการดูแลรักษาสีรถยนต์ของคุณได้มากเลยทีเดียว 

สรุปความน่าสนใจโครงการดูแลสีรถยนต์ แบบง่าย ๆ โดยไม่ต้องเข้าอู่ 

สำหรับท่านใดที่กำลังคิดว่ามีปัญหาเกี่ยวกับการดูแลรักษาสีรถอยู่ในปัจจุบัน คุณลองนำวิธีการเหล่านี้ไปใช้ดูรับรองได้เลยว่าคุณนั้นจะต้องประทับใจอย่างแน่นอนกับการช่วยดูแลสีรถที่ดี และประหยัดเงิน 

ขอขอบคุณภาพจาก   https://pixabay.com

ติดตามบทความเรื่องรถได้ที่ รวมเรื่องรถ
เวปไซด์ automotive-story.com และสามารถติดตาม บทความอื่นๆที่น่าสนใจได้ทาง facebook

เทคนิคการล้างรถให้สะอาดแบบไม่ต้องง้อร้าน ทำยังไง

เทคนิคการล้างรถให้สะอาดแบบไม่ต้องง้อร้าน ทำยังไง

การล้างรถเป็นกิจกรรมที่หลายๆคนอาจจะไม่ค่อยหลงใหลกันสักเท่าไหร่ แต่จะให้ขยันเข้า car care ก็ไม่ไหวจ่าย วันนี้ก็เลยจะมาแชร์ขั้นตอนการล้างรถแบบไม่ยุ่งยาก แค่ 8 ขั้นตอนเท่านั้น อย่าปล่อยให้รถคันงามของคุณไม่น่ามองและดูเก่าในที่สุดกันนะ การล้างรถยนต์ ที่ถูกวิธี ควรทำอย่างไรบ้าง มาล้างรถ อย่างถูกวิธีกันเลยยยยย

ขั้นตอนการเตรียมพร้อมสำหรับล้างรถยนต์

  1. ควรนำรถไปจอดในที่ร่ม ไม่ควรล้างรถกลางแดด เพราะการล้างรถกลางแจ้ง จะทำให้ผิว รถยนต์ ของคุณร้อนและแห้งเร็วเกินไป ซึ่งจะทำให้เกิดคราบน้ำบนผิวรถ ทำให้ล้างทำความสะอาดยากขึ้นไปอีกและเสียเวลา
  2. เตรียมอุปกรณ์ล้างรถ ให้พร้อม มีอะไรบ้าง?

-ใช้ถังน้ำ 2 ใบ สำหรับใส่น้ำยาล้างรถ และสำหรับซักผ้าหรือล้างฟองน้ำ

-ฟองน้ำ หรือ ผ้าล้างรถ ควรเตรียมไว้สัก 2 ผืน สำหรับล้างผิวรถยนต์กับสำหรับล้างล้อรถยนต์

-แปรงพลาสติกสำรหรับขัด ถ้ายางรถยนต์ของคุณสกปรกมาก ๆ ให้ใช้แปรงพลาสติกขัดทำความสะอาดได้

-ผ้าไมโครไฟเบอร์ ควรเตรียมไว้สักประมาณ 3 ผืน สำหรับใช้แต่ละส่วน แยกผ้าเช็ดผิวรถ ไม่ใช้ปนกับผ้าเช็ดล้อรถ เพราะถ้าใช้ผ้าเช็ดล้อแล้วมาเช็ดผิวรถ อาจจะทำให้เกิดรอยขนแมวที่ผิวรถยนต์ของคุณได้

  • ผสมน้ำยาล้างรถกับน้ำเปล่า ในปริมาณที่พอเหมาะ และเตรียมถังน้ำเปล่าสำหรับล้างฟองน้ำให้พร้อม

ขั้นตอนการล้างรถยนต์

  1. ฉีดน้ำเพื่อขจัดคราบสกปรกก่อน

การฉีดน้ำก็เพื่อทำการขจัดคราบสกปรก ซึ่งจะช่วยให้ฝุ่นหรือสิ่งสปรกที่อยู่บนผิวรถยนต์ อ่อนตัวลง โดยฉีดน้ำทั้งคันไล่จากบนหลังคารถ ลงมาด้านข้างของรถ

  • ทำการล้างส่วนล้อรถยนต์กันก่อน

ใครหลายๆ คน ส่วนใหญ่จะคิดว่าควรจะล้างที่ตัวรถก่อน แต่ล้อรถมักจะเป็นส่วนที่สกปรกที่สุด เราจึงควรจะล้างส่วนล้อรถยนต์ให้สะอาดเสียก่อน เพื่อกำจัดที่สิ่งสกปรกออกจากล้อจะได้ไม่กระเด็นไปโดนส่วนผิวรถที่ทำความสะอาดแล้ว ที่สำคัญหากเราล้างล้อรถยนต์เป็นลำดับสุดท้าย ขณะที่กำลังล้างล้อรถยนต์ จะทำให้ผิวรถอาจจะแห้งเอง และจะทำให้เกิดคราบน้ำบนผิวรถของคุณได้

3. เริ่มล้างรถจากบนหลังคารถ ลงมาด้านข้างของรถ

ก่อนจะเริ่มขัดผิวรถ ให้แช่ผ้าหรือฟองน้ำล้างรถในน้ำยาที่ผสมไว้แล้วก่อน แล้วค่อยนำมาขัดทำความสะอาดผิว ไม่ควรออกแรงขัดมากเกินไป เพราะจะทำให้รถยนต์เกิดรอยขีดข่วนหรือทำให้สีรถยนต์เสียหายได้

4. ล้างสิ่งสกปรกออกจากฟองน้ำ หรือผ้าที่ใช้ขณะล้างรถบ่อย ๆ

ผ้าล้างรถไมโครไฟเบอร์ เป็นที่นิยมมากกว่าฟองน้ำ เนื่องจากโอกาสที่จะเกิด รอยขีดข่วน หรือ รอยขนแมวบนรถยนต์ ของคุณมีน้อยกว่า เพราะฟองน้ำล้างรถอาจจะมีเศษฝุ่นเม็ดทรายเล็ก ๆ ติดอยู่ตามตามรูพรุนของฟองน้ำได้ แต่ถ้าใช้ฟองน้ำ คุณควรจะล้างทำความสะอาดฟองน้ำบ่อย ๆ

5. หลังจากล้างน้ำยาแต่ละส่วนเสร็จ ให้ฉีดน้ำล้างน้ำยาล้างรถออกให้หมด

ไม่ควรปล่อยให้น้ำยาล้างรถแห้งบนผิวรถ เพราะถ้าปล่อยให้แห้งเองจะทำให้เกิดคราบน้ำบนผิวรถ ควรทำแบบนี้ทุกครั้ง เมื่อล้างเสร็จทั้งคันแล้ว ให้ล้างน้ำเปล่าซ้ำอีกครั้ง

6. ควรให้รถเปียกทั้งคันขณะล้างรถ

ขณะที่ล้างควรให้ผิวรถยนต์ทั้งคันเปียกน้ำ เพื่อป้องกันการเกิดคราบน้ำบนผิวรถ

7. ล้างช่วงล่างเป็นลำดับสุดท้าย

ควรใช้ ฟองน้ำ หรือ ผ้าล้างรถยนต์ แยกกันต่างหาก ไม่ใช้ปนกัน

8. เช็ดรถให้แห้งด้วย ผ้าไมโครไฟเบอร์

อย่ากลัวที่จะต้องใช้ผ้าหลายผืนในการเช็ดรถ เพราะถ้าแยกผ้าเช็ดหลายผืนโอกาสที่ผิวรถจะเกิดรอยขีดข่วนก็มีน้อย ควรเช็ดทุกผิวรถให้แห้ง เพื่อป้องกันการเกิดสนิม และการเกิดคราบน้ำ เช็ดผิวโดยไล่จากด้านบนหลังคารถยนต์ลงมาด้านล่างรถยนต์ และเช็ดล้อเป็นลำดับสุดท้าย เป็นอันเสร็จขั้นตอนการล้างรถอย่างถูกวิธีแล้วจ้า

เพียงเท่านี้ รถแสนรัก คู่ใจของคุณ ก็จะกลับมาสะอาด น่าใช้งานเหมือนเดิม แต่ถ้าท่านไหนที่ยังพอมีเวลาก็อาจจะลงแว็กซ์เพิ่มได้นะเพิ่มนะ เพื่อเพิ่มความเงางาม ฉ่ำเป็นประกายดุจรถใหม่ และปกป้องสีผิวรถยนต์ คันโปรดจากมลภาวะบนท้องถนน

ติดตามบทความเรื่องรถได้ที่ รวมเรื่องรถ 
เวปไซด์ automotive-story.com และสามารถติดตาม บทความอื่นๆที่น่าสนใจได้ทาง facebook 

ที่ปัดน้ำฝนสำคัญมากกว่าที่คิด เคล็ดไม่ลับ เตรียมพร้อมในหน้าฝน 

ที่ปัดน้ำฝนสำคัญมากกว่าที่คิด เคล็ดไม่ลับ เตรียมพร้อมในหน้าฝน 

แน่นอนว่าในช่วงเวลาที่สภาพอากาศเปลี่ยนแปลงอยู่ในปัจจุบัน และหลายคนนั้นก็คงจะมีปัญหาเช่นเดียวกันในการขับรถซึ่งไม่ค่อยปลอดภัยมากนัก โดยเฉพาะบนท้องถนนการจราจร และการมองเห็นระยะสายตานั้น บอกเลยว่าในช่วงเวลาฝนตกการมองเห็น และทัศนวิสัยในการขับรถของคุณนั้นจะแย่ลงหลายเท่าตัว ซึ่งคุณนั้นสามารถแก้ไขปัญหาการมองเห็นของคุณได้ด้วยอุปกรณ์ที่ปัดน้ำฝนนั่นเอง แต่คุณทราบไหมว่าที่ปัดน้ำฝนนั้นควรจะเลือกในลักษณะใดถึงจะเหมาะกับรถยนต์ของคุณ ในบทความนี้เราจะมา อธิบายถึงวิธีการดูแลรักษา และวิธีการเตรียมพร้อมก่อนการใช้งานในหน้าฝน จะสามารถทำให้คุณนั้นเบาใจในการขับรถในช่วงหน้าฝนมากกว่าเดิมเลยทีเดียว

1. ควรสังเกตเนื้อยางที่ปัดน้ำฝนว่าแข็งเกินไปหรือเปล่า มีรอยฉีกขาดหรือไม่ 

สำหรับการใช้งานระยะยาวเกี่ยวกับที่ปัดน้ำฝนในปัจจุบันของใครหลาย ๆ คน คุณก็คงจะประสบปัญหาเหล่านี้เช่นเดียวกัน นั่นก็คือ สภาพยาง และอุปกรณ์ปัดน้ำฝนที่ไม่สมบูรณ์มีรอยฉีกขาดอยู่ตามจุดต่าง ๆ ขอแนะนำให้คุณนั้นพยายามเปลี่ยนที่ปัดน้ำฝนใหม่ก่อนที่จะเข้าฤดูช่วงหน้าฝน จะทำให้คุณนั้นขับขี่ได้อย่างปลอดภัยมากยิ่งขึ้น และทัศนวิสัยในการมองเห็นของคุณจะดีมากยิ่งขึ้น 100% 

2. ควรตรวจสอบที่ปัดน้ำฝนที่เหมาะสมกับรถของคุณ และกวาดน้ำบนกระจกได้สะอาด 

แน่นอนว่าถ้าหากคุณไม่ใช่คนขับรถใช้งานแบบมือโปร คุณก็คงจะไม่ทราบถึงเรื่องนี้ ที่ปัดน้ำฝนแต่ละรุ่นแต่ละยี่ห้อนั้นจะถูกออกแบบมาเฉพาะกับรถบางประเภทเท่านั้น โดยเฉพาะรถเก๋งกับรถกระบะรวมไปถึงรถขนส่ง ก็เช่นเดียวกัน คุณควรจะหาข้อมูลเกี่ยวกับใบปัดน้ำฝนที่เหมาะสมกับรถยนต์ของคุณ หลังจากนั้นคุณก็ควรจะเลือกขนาดที่เหมาะสมกับหน้ากระจก ซึ่งจะสามารถช่วยทำให้กระจกรถยนต์ของคุณนั้นสะอาด และปัดน้ำออกจากกระจกได้ดีมากยิ่งขึ้น 

3. คุณควรจะเปลี่ยนใบปัดน้ำฝน ทุก 6 เดือน เพื่อป้องกันปัญหารอยขีดข่วน บนกระจก 

มาถึงข้อนี้หลายคนคงจะสงสัยว่า ทำไมเราจะต้องเปลี่ยนที่ปัดน้ำฝนทุก 6 เดือนด้วยเพราะอะไร ทั้งนี้ก็ไม่ได้ใช้งานแต่อย่างใด และทำไมต้องซื้อใหม่ทุก 6 เดือน ต้องขอบอกเลยว่า ถึงจะไม่ได้ใช้งานแสงแดดก็สามารถทำให้ที่ปัดน้ำฝนเสื่อมสภาพได้เช่นเดียวกัน ซึ่งยางปัดน้ำฝนนั้นจะเสื่อมสภาพด้วยความร้อนได้ง่ายมากกว่าการใช้ปัดน้ำฝนเสียอีก เพราะฉะนั้นแล้วคุณควรจะเปลี่ยนทุก 6 เดือนเพื่อป้องกันรอยขีดข่วนบนกระจกรถยนต์ของคุณ บอกเลยว่าวิธีนี้ทำให้กระจกรถยนต์ของคุณนั้นไม่มัว ไม่มีรอยขีดข่วน และยังปัดน้ำฝนได้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นกว่าเดิม

สรุป

การตรวจสอบสภาพที่ปัดน้ำฝน และการดูแลความปลอดภัยทางด้านทัศนวิสัยเกี่ยวกับการขับขี่รถยนต์ในช่วงหน้าฝนก็ถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญมากพอสมควร สำหรับคนที่ขับรถเป็นประจำ เพราะฉะนั้นแล้วคุณอย่าลืมมันใส่ใจการดูแลที่ปัดน้ำฝน จะช่วยทำให้คุณนั้นขับขี่ปลอดภัยมากยิ่งขึ้นอย่างแน่นอน 

ขอขอบคุณภาพประกอบโดย  https://pixabay.com

ติดตามบทความเรื่องรถได้ที่ รวมเรื่องรถ
เวปไซด์ automotive-story.com และสามารถติดตาม บทความอื่นๆที่น่าสนใจได้ทาง facebook

การเลือกขนาดเครื่องยนต์ที่ดีที่สุดสำหรับ “รถยนต์มือสอง” ดูได้ตรงไหน

การเลือกขนาดเครื่องยนต์ที่ดีที่สุดสำหรับ “รถยนต์มือสอง” ดูได้ตรงไหน

             

   เมื่อพูดถึงการซื้อรถใหม่ เราอาจจะต้องการทั้งรถมือสองที่มีในโชว์รูมรถยนต์ แม้กระทั่งจากการซื้อรถยนต์มือสองสักคันมาใช้สอยตามอัธยาศัย แต่อย่าลืมว่าสิ่งสำคัญคือต้องทราบขนาดเครื่องยนต์ในรถยนต์ เนื่องจากรถยนต์ส่วนใหญ่โฆษณาด้วยเครื่องยนต์ประเภทต่างๆ การทำความเข้าใจความแตกต่างระหว่างขนาดเครื่องยนต์ต่างๆ จะช่วยให้คุณมีข้อมูลประกอบการตัดสินใจที่ชัดเจน และวิธีหนึ่งที่คุณสามารถทำได้คือการตรวจสอบความจุ CC ของรถ และสภาพเครื่องยนต์เพื่อควบคู่กับการตัดสินใจ

                การตัดสินใจเลือกขนาดเครื่องยนต์สำหรับรถของคุณเป็นสิ่งสำคัญ เนื่องจากท้ายที่สุดแล้วสิ่งนี้จะส่งผลต่อกระเป๋าเงินโดยตรงของคุณและความถี่ในการขับขี่ หากคุณต้องการรถเพื่อเดินทางไปในที่ห่างไกล เช่น ที่ทำงาน โรงเรียน หรือกิจกรรมปกติอื่นๆ บ่อยครั้ง การเลือกรถที่จะไม่ทำให้คุณเครียดมากนักในแง่ของการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิง เป็นสิ่งสำคัญมาก เพื่อลดความหงุดหงิดใจและความหัวร้อนเช่นกัน มีทริคแนะนำในการเลือกได้ดังนี้

  • ยานพาหนะเช่นรถยนต์ขนาดเล็ก ขนาดกลาง และขนาดกะทัดรัดนั้นดีมากในแง่ของประสิทธิภาพการใช้เชื้อเพลิง ในขณะที่รถยนต์ขนาดใหญ่อย่าง SUV มักจะกินน้ำมันในอัตราที่สูงกว่า เนื่องจากเครื่องยนต์ส่วนใหญ่ที่อยู่ในรถ SUV นั้นมีไว้เพื่อผลิตพลังงานมากขึ้นดังนั้น CC จึงสูงกว่า อย่างไรก็ตาม การผลิตรถยนต์กำลังค่อยๆ เปลี่ยนไปเป็นรถยนต์ไฮบริดและครอสโอเวอร์ ซึ่งพิสูจน์แล้วว่าสามารถประหยัดเชื้อเพลิงและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากกว่ารุ่นก่อนๆ มากเลยทีเดียว
  • ผู้ขับขี่ที่มักจะเดินทางผ่านเมืองมักมีอันตรายและเกณฑ์ต่างๆ มากมายที่ต้องรับมือ นอกเหนือจากราคาน้ำมันที่ผันผวนอย่างต่อเนื่อง ทำให้คุณมีเงินในกระเป๋าน้อยลงและมีช่องว่างทางการเงินที่ต้องเติมให้เต็ม การเป็นเจ้าของรถยนต์ที่สิ้นเปลืองเชื้อเพลิงมากขึ้นอาจเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้น แต่ก็มีข้อดี เช่น พื้นที่เพิ่มเติมและกำลังที่มากกว่า ซึ่งคุณสามารถรับได้ไหม? อันนี้ต้องคิดอย่างหนัก

นี่เองเป็นเพียงสิทธิส่วนบุคคลที่จะดูตัวเลือกในการประหยัดเงินด้วยการซื้อรถที่คุณสามารถจัดการได้ง่ายขึ้น แต่ในบางกรณี รถที่ใหญ่กว่าที่มีอัตราการสิ้นเปลืองที่สูงกว่าอาจเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับสถานการณ์ของคุณ เช่น กรณีมีครอบครัวหรือผู้พักอาศัยมากกว่า 3 คนขึ้นไป จะต้องใช้พวกครอสโอเวอร์หรือ SUV ขนาดย่อมไปจนขนาดกลาง

                จะสรุปได้ด้วยวิธีที่ง่ายที่สุดในการเลือกขนาดและประเภทของรถที่ดีที่สุดสำหรับคุณคือเริ่มจากความจุของเครื่องยนต์ก่อน ต้องระบุในที่นี้ด้วยว่าเครื่องยนต์ที่เล็กกว่าและเบากว่านั้นถูกกว่าในการบำรุงรักษา เมื่อเทียบกับรถยนต์ที่มีเครื่องยนต์ที่ใหญ่กว่าและหนักกว่า ด้วยยานพาหนะประเภทต่างๆ มากมายให้เลือก การใช้เวลาของคุณและค้นหาสิ่งที่คุณต้องการในรถก่อนตัดสินใจขั้นสุดท้ายจึงเป็นวิธีที่ดีที่สุด ให้รู้สึกว่า “ใช่” และ “คุ้มค่า” ที่สุด

ติดตามบทความเรื่องรถได้ที่ รวมเรื่องรถ
เวปไซด์ automotive-story.com และสามารถติดตาม บทความอื่นๆที่น่าสนใจได้ทาง facebook

ยางรถยนต์ ยอดนิยม 10 อันดับ ยางรถยนต์ยี่ห้อไหนดี  ตอนที่ 2

ยางรถยนต์ ยอดนิยม 10 อันดับ ยางรถยนต์ยี่ห้อไหนดี  ตอนที่ 2

       ติดตามลำดับยางยอดนิยมลำดับที่ 6-10 ไปแล้ว บทความนี้มาติดตามอับดับยางยอดนิยมว่าจะเป็นแบรนด์ไหน ผลิตจากประเทศอะไร ในลำดับที่ 1- 5 กันต่อ

       อันดับที่ 5 DUNLOP ยางรถยนต์สัญชาติอังกฤษ เป็นแบรนด์ที่เข้ามาในประเทศไทยแล้วประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก โดยมุ่งเน้นตอบสนองผู้ใช้รถยนต์ทั่วไป มุ่งเน้นการใช้งานเพื่อการบรรทุก มีความโดดเด่นด้วยราคา พร้อมการใช้งานที่คุ้มค่า เป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับคนที่กำลังมองหายางเพื่อใช้งานในชีวิตประจำวัน โดยมุ่งความคุ้มค่าในการซื้อใช้

       อันดับที่ 4  MAXXIS เป็นยางรถยนต์สัญชาติไต้หวัน เป็นอันดับต้นๆในการผลิตรองรับลูกค้าถึง 180 ประเทศทั่วโลก โดยเริ่มต้นมาจากการผลืตยางจักรยานจากประเทศไต้หวัน มีรางวัล และการยืนยันคุณภาพ และสมรรถนะมากมาย เป็นยางที่โดเด่นในตลาดเมืองไทยด้วยคุณสมบัติที่ทนทาน และคุ้มค่ากับราคา  ราคาถูกและ อึด ทึกทนที่สุดก็ต้อง MAXXIS

อันดับที่ 3 YOKOHAMA แบรนด์ระดับ TOP ของประเทศญี่ปุ่น ด้วยประสบการณ์การผลิตยางรถยนต์มากกว่า 100 ปี และเป็นแบรนด์ยางที่เป็นผู้นำในประเทศญี่ปุ่นมาโดยตลอด โดยทำการผลิตยางผ้าใบครั้งแรกในประเทศญี่ปุ่น และจำหน่ายยางรถยนต์โยไม่มียางในเป็นครั้งแรกของประเทศญี่ปุ่นอีกด้วย ด้วยประสบการณ์ที่ยาวนานจึงเป็นที่ยอมรับทั้งในประเทศไทยและทั่วโลก

          อันดับ 2 BRIDGESTONE เป็นอีกหนึ่งแบรนด์สัญชาติญี่ปุ่น ที่ครองใจและเชื่อมั่นของผู้ใช้รถในประเทศไทยอย่างมาก และเป็นอีกแบรนด์ที่มีประสบการณ์การพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น ฟอร์มูล่า 1 ฟอร์มูล่า 2 ฟอร์มูล่า 3 เป็นต้น พร้อมทั้งยังเป็นผู้สนับสนุนเรื่องการพัฒนายางเพื่อการแข่งทั้งในสนามและนอกสนาม ทั้งยังเป็นผู้สนับสนุนหลักการแข่งขันระดับโลกที่ดุเดือดจนทุกคนต้องจับตามอง BRIDGESTONE โดดเด่นด้วยราคาและคุณภาพ และสมรรถนะที่เข้าใจการใช้งานของรถยนต์

          อันดับ 1  MICHELIN ยางรถยนต์ที่โดดเด่นจากประเทศฝรั่งเศส โดดเด่นด้วยสมรรถนะที่ได้รับการยืนยันจากสนามแข่งขันหลากหลายสนามทั่วโลกที่เป็นบทพิสูจน์อย่างดีของความทนทาน และการดังสมรรถนะถึงขีดสุดของยาง เรียกได้ว่าได้เก็บประสบการณ์ต่างๆจากการแข่งขันทุกสนามแข่งและหลากหลายพื้นผิวมาพัฒนายาง ทำให้ได้รับความเชื่อมั่นด้านสมรรถนะอย่างไม่ต้องสงสัยหรือลังเลใจมาตลอด

          และทั้งหมดนั้นคือแบรนด์ยางรถยนต์ที่มีผู้ผลิตจากประเทศต่างๆ 10 อันดับที่ได้รับความนิยมในประเทศเรา ได้รู้จักกับประสบการณ์ในการพัฒนาของยางแต่ละยี่ห้อแล้ว คงจะทำให้คุณมีข้อมูลในการพิจารณาตัดสินใจเลือกเพื่อเปลี่ยนให้กับรถของคุณอย่างไม่ต้องลังเล และที่ทางเราไม่ได้นำราคาของยางแต่ละแบรนด์มาลงให้นั้นเพราะราคาอาจมีการขึ้นลง หรือมีโปรโมชั่นให้คุณได้เลือกใช้ตามงบประมาณในกระเป๋าได้อย่างสบายใจ ขอให้ได้ยางที่ถูกใจและคุ้มค่ากับเงินที่ต้องจ่ายไปเพื่การขับขี่ที่ปลอดภัย

ติดตามบทความเรื่องรถได้ที่ รวมเรื่องรถ 
เวปไซด์ automotive-story.com และสามารถติดตาม บทความอื่นๆที่น่าสนใจได้ทาง facebook 

วิธีทำน้ำยาเช็ดยางรถยนต์ ให้ดำเงาวับ ด้วยตัวเองง่ายๆ

วิธีทำน้ำยาเช็ดยางรถยนต์ ให้ดำเงาวับ ด้วยตัวเองง่ายๆ

         สาระเรื่องรถครั้งนี้ นำเอาสูตรประหยัดในการทำน้ำยาเช็คยางรถยนต์มาฝากกัน โดยสูตรนี้สามารถนำของใช้ที่มีอยู่แล้วในทุกๆบ้านมาทำกัน เพื่อนำไปเช็ดยางรถยนต์ของคุณให้ดำเงาวับจับตาดูดีอยู่เสมอ  สูตรนี้ มีส่วนผสมที่จะทำน้ำยากันอย่างไร และทำแล้วจะได้ยางรถยนต์เงาสวยงามอย่างที่คุยหรือเปล่า? เราไปลงมือทำกันดูเพื่อพิสูจน์ประสิทธิภาพกันเลย

         ส่วนผสมและอุปกรณ์

         1.น้ำตาลทรายครึ่งแก้ว

          2.น้ำยาปรับผ้านุ่มยี่ห้ออะไรก็ได้

          3.น้ำเปล่า

          4.ขวดพลาสติกใสที่มีหัวฉีด

          5.กรรไกร

          6.ผ้าเทปกาวหนังไก่

          7.ฟองน้ำ

         วิธีทำ

         1.เทน้ำตาลครึ่งแก้วลงในขวดหัวฉีดที่เตรียมไว้ แล้วตามด้วยน้ำเปล่าลงไปในขวดโดยให้ท่วมน้ำตาลขึ้นมาประมาณ 4 นิ้ว

          2.เติมน้ำยาปรับผ้านุ่มลงไปให้สูงกว่าน้ำขึ้นมาอีกประมาณ 4 นิ้วเช่นกัน

          3.จากนั้นเขย่าให้ส่วนผสมเข้ากันให้มากที่สุด สูตรนี้จะไม่มีฟองมาก ไม่เหมือนใส่น้ำโค้ก เพราะใส่น้ำตาลแทนจึงไม่มีแรงดันของน้ำอัดลม

          4ปิดฝาขวด.เขย่าจนน้ำตาลละลายหมดไม่เหลือเป็นเม็ดๆ เมื่อน้ำตาลละลายจนหมดแล้วนำหัวฉีดมาใส่ขวดน้ำยาที่ผสม เพื่อพร้อมฉีด

          5.ตัดเทปหนังไก่มาติดแบ่งครึ่งหล่อยางรถยนต์ที่จะทำการทดลอง จากนั้นนำน้ำยาที่มีหัวฉีดแล้วฉีดใส่ฟองน้ำ แล้วจึงนำไปเช็ดที่ยางรถยนต์ฝั่งใดฝั่งหนึ่ง ทำแบบนี้เพื่อป้องกันไม่ให้ฉีดน้ำยาพลาดไปถูกจานดิสเบรคที่จะทำให้เกิดเขม่า เมื่อเช็ดน้ำยาจากฟองน้ำในฝั่งที่ทดสอบจนทั่วแล้ว ทิ้งไว้สักพักให้แห้ง เพื่อดูประสิทธิภาพความดำเงาที่ซึมสู่เนื้อยางรถยนต์ ซึ่งก็จะเห็นได้ชัดเจนถ้าเปรียบเทียบกับยางรถยนต์ที่ยังไม่ได้เช็ดน้ำยา

          สูตรน้ำยาเช็ดยางรถยนต์สูตรนี้ไม่ต้องเช็ดมากก็เงาวับ เพราะเป็นสูตรเข้มข้น เช็ดแล้วจะเงาวับอยู่ได้ 2-3 วัน หรือนานกว่านั้นถ้าไม่ไปโดนน้ำฝน หรือโดนน้ำเสียก่อน ประหยัดเพราะใช้ของที่มีอยู่แล้วในบ้านเราเอง 

         เพราะรถก็เป็นสิ่งสำคัญสิ่งหนึ่งในการช่วยเสริมบุคลิกภาพภาพนอกของผู้ขับขี่ โดยเฉพาะเวลาที่จ้องนำรถไปใช้งานที่ต้องพบปะคนจำนวนมาก ถ้าตัวรถสะอาด แต่ยางรุยนต์ไม่เงาดำสวยงามก็เหมือนคนแต่งตัวดีแต่สวมรองเท้าไม่สวยงามฉันท์ใดฉันนั้น

         บางครั้งของที่ทำใช้ได้เองต้นทุนถูก ก็ไม่ได้ประสิทธิภาพต่ำเสมอไป ยุคนี้อะไรแระหยัดได้ประหยัด  ถูกและดีก็มีจริงในบางเรื่องจริงๆนะ ลองลงมือทำและใช้จริงกันเลย รับรองไม่ผิดหวัง

ติดตามบทความเรื่องรถได้ที่ รวมเรื่องรถ
เวปไซด์ automotive-story.com และสามารถติดตาม บทความอื่นๆที่น่าสนใจได้ทาง facebook

สิ่งของไม่ควรลืมไว้ในรถยนต์

สิ่งของไม่ควรลืมไว้ในรถยนต์

          รถยนต์ถือเป็นสิ่งอำนวยความสะดวกสบายของมนุษย์ที่ใช้ในการเดินทาง ความปลอดภัยในการขับขี่รถบนท้องถนนเป็นสิ่งสำคัญที่สุด แต่เชื่อไหมว่า สิ่งของบางสิ่งอย่างๆที่คุณชอบนำขึ้นรถและลืมทิ้งไว้  อาจก่อให้เกิดความเสียหาย หรือก่อให้เกิดอันตรายได้ ดังนั้นควรเช็ดความเรียบร้อยทุกครั้งก่อนการขับขี่หรือลงจากรถยนต์ ครั้งนี้เราจึงนำเกร็ดสาระ มาฝากว่า อะไรบ้างที่เป็นสิ่งไม่ควรทิ้งไว้ในรถ เพราะอาจก่อให้เกิดความไม่ปลอดภัยต่อผู้ที่ขับขี่หรือต่อรถยนต์ได้ ไปดูกันว่าอะไรเป็นสิ่งต้องห้ามบ้าง

            1.แบตเตอรี่สำรอง เป็นสิ่งที่สาวๆทุกคนต้องมีติดตัวตลอด เพ่อไว้สำรองสำหรับการใช้มือถือ แต่ทราบหรือว่าไม่ว่าแบตเตอรี่สำรองมีความไวต่อปฏิกิริยาเคมี ห้ามเจอความร้อนสูงอาจทำให้เกิดการลัดวงจรและเกิดการลุกไหม้ได้ ดังนั้นทุกครั้งที่จะลงจากรถจึงไม่ควรลืมทิ้งไว้ในรถ

            2.โทรศัพท์มือถือ นี่ก็เป็นอีกสิ่งที่ขาดไม่ได้เช่นกัน แต่ถ้าเมื่อใดที่เกิดความร้อน จะทำให้ลงจรภายในโทรศัพท์ได้รับความเสียหาย แบตเตอรี่อาจเกิดการระเบิดได้ ดังนั้นอย่าได้ลืมโทรศัพท์มือถือทิ้งไว้ในรถ ทางที่ดีควรพกติดตัวไว้จะดีกว่า

            3.ไฟแช็ค ถ้าลืมไว้ในรถถือเป็นอันตรายอีกอย่าง เพราะถ้าไฟแช็คได้รับความร้อนที่อุณหภูมิเกิน 50 องศาเซลเซียส อาจทำให้แก๊สขยายตัวเกิดเชื้อเพลิงของเหลวในไฟแช็ค ทำให้เกิดระเบิดได้

            คำว่าไฟแช็ค พี่น้ำเช็คแล้วว่าสะกดแบบนี้ หรือ ไฟแชค ไม่มี ไม้ไต่คู้ก็ได้นะคะ

4.กระป๋องสเปรย์ทุกประเภท เพราะกระป๋องสเปรย์เมื่อถูกความร้อนสูงอาจทำให้วัตถุทางเคมีและแก๊สในกระป๋องขยายตัวจนเกิดประกายไฟและการระเบิด สร้างความเสียหายไม่ใช่น้อย

            5.แผ่นยางกันลื่นสำหรับมือถือ หากเกินความร้อนเป็นเวลานานจะทำให้ละลายติดกับตัวรถเกิดความเสียหายได้

            6.ยาและครีมกันแดด ถ้าจะนำของสองอย่างนี้ขึ้นรถ ควรเก็บไว้ให้พ้นจากแสงแดด และบริเวณที่ร้อน เพราะจะทำให้ตัวยาและประสิทธิภาพของครีมกันแดดเสื่อมสภาพลงไม่ได้ผลในการรักษาและการกันแดด

            7.น้ำหอมปรับอากาศ เพราะน้ำหอมปรับอากาศ เมื่อได้รับความร้อนสูงอาจก่อให้เกิดการละลายเปรอะเปื้อนแผงคอนโซน และหากไม่ได้ทำความสะอาดทันทีจะทำให้เกิดคราบ รอยด่างที่แก้ไม่ได้

            8.เครื่องสำอาง   เครื่องสำอาง  เป็นสิ่งที่ไม่ควรทิ้งไว้ในรถยนต์ เพราะหากโดนความร้อนเป็นเวลานาน จะส่งผลให้ครีมเสื่อมประสิทธิภาพ ลดอายุการใช้งาน ไหลละลาย เปรอะเปื้อนรถยนต์ ลิปสติกแท่งโปรดเกิดการเสียหาย ได้ใช้ไม่คุ้มค่ากับราคาที่ซื้อมา

            9.ขวดน้ำดื่มที่ได้รับจากการเติมน้ำมัน เพราะสมัยนี้ไม่ว่าจะเติมน้ำมันหรือเติมแก๊สของค่ายพลังงานค่ายไหน ก็มักจะได้รับน้ำดื่มเป็นของสมนาคุณตามโปรโมชั่นของแต่ละค่าย ซึ่งส่วนใหญ่เมื่อได้รับขวดน้ำดื่มก็จะให้เจ้าหน้าผู้เติมน้ำมันเขาขวดน้ำดื่มของแถมเปิดประตูไว้ที่เบาะหรือพื้นด้านหลังคนขับ ซึ่งจะเกิดอันตายเป็นอย่างมากหากขวดน้ำไหลกลิ้งมาที่บริเวณคันเบรก หรือคันเร่งด้านหน้าของคนขับ อาจเป็นสาเหตุให้เกิดอุบัติเหตุโดยไม่คาดคิด ทางที่ดี ควรหาตะกร้าวางไว้ที่เบาะด้านหลังเพื่อเป็นที่สำหรับวางขวดน้ำจะปลอดภัยกว่ามาก

            และทั้งหมดที่นำมาบอกคือสิ่งของที่ไม่ควรลืมทิ้งไว้ในรถ เพราะมีแต่ความเสียหาย และก่อให้เกิดอันตรายอย่างไม่คาดคิดได้ ควรตรวจดูสิ่งของเหล่านี้ทุกครั้งก่อนลงจากรถจะได้ ไม่ต้องมานั่งเสียใจในภายหลัง

ติดตามบทความเรื่องรถได้ที่ รวมเรื่องรถ
เวปไซด์ automotive-story.com และสามารถติดตาม บทความอื่นๆที่น่าสนใจได้ทาง facebook

สปอยเลอร์รถยนต์ มีความสำคัญอย่างไร แล้วมีแบบไหนบ้าง

สปอยเลอร์รถยนต์ มีความสำคัญอย่างไร แล้วมีแบบไหนบ้าง

        เป็นอีกหนึ่งชุดแต่งที่เรียกได้ว่ายอดนิยมมากๆ ซึ่งแน่นอนว่าตัวชุดแต่งแบบนี้มีประโยชน์กับรถยนต์ของเราด้วยเช่นเดียวกัน ซึ่งไม่ใช่การติดแบบเผินๆแน่นอน  ซึ่งใครหลายคนอาจจะไม่เข้าใจ รวมไปถึงผู้ที่ซื้อรถยนต์บางท่านก็อาจจะเข้าใจผิดสำหรับการแต่งสปอยเลอร์ด้วย วันนี้เราจะมาดูข้อดีของชุดแต่งนี้กัน รวมไปถึงประเภทของมันด้วย ซึ่งจะมีรายละเอียดอย่างไร ไปดูกันเลยครับ

ประโยชน์ของ สปอยเลอร์

           สำหรับประโยชน์ของ สปอยเลอร์ รถยนต์นั้น ไม่ได้มีเอาไว้แค่แต่งเอาสวย หรือ เอาเท่เพียงอย่างเดียว แต่เจ้านี่สามารถที่จะเพิ่มแรงกดในส่วนท้ายของรถยนต์ ทำให้รถยนต์ของเรายึดเกาะถนนได้ดีขึ้น รถนิ่งขึ้น  ไม่เกิดอาการเหิน หรือ แกว่งขณะขับรถยนต์ด้วยความเร็วนั่นเอง ตัว สปอยเลอร์จะส่งผลได้ดีในเวลาที่เราขับรถยนต์ด้วยความเร็วนั่นเอง

            แน่นอนว่าเมื่อเราขับรถยนต์ด้วยความเร็วสูง จะเกิดแรงยกที่จะกระทำกับตัวรถยนต์ ทำให้การยึดเกาะถนนนั้นไม่ได้ประสิทธิภาพ เวลาที่เราขับจะรู้สึกได้เลยว่ารถของเราร่อนไปร่อนมา โดยเฉพาะช่วงเลี้ยวโค้ง ท้ายรถอาจจะปัดได้ แต่เมื่อติดตั้งสปอยเลอร์แล้วนั้น จะช่วยเพิ่มแรงกดนนี้ให้กับตัวรถ ทำให้รถยนต์เกาะถนนได้ดีขึ้น

วัสดุแบบไหน ทำ สปอยเลอร์ ได้บ้าง

              วัสดุที่นิยมนำมาทำสปอยเลอร์นั้นมีด้วยกัน 3 ประเภท นั่นก็คือ ไฟเบอร์,คาร์บอนไฟเบอร์ รวมทั้ง พลาสติก ABS / PU โดยวัสดุชิ้นแรกที่จะพูดถึงก็คือ “ไฟเบอร์” มีข้อดีอยู่ที่ ราคาไม่สูง มีแบบให้เลือกมากมาย ข้อเสียก็มีช่วงผิวที่ไม่เรียบ การทำสีให้สวยก็ต้องใช้ข่างที่มีฝีมือพอสมควร

              ในส่วนของ “คาร์บอนไฟเบอร์” จะมีความแข็งแรงทนทาน น้ำหนักเบา สวยงาม แต่มีข้อเสียในด้านราคาที่ค่อนข้างจะสูง กว่าแบบ ไฟเบอร์ และสุดท้ายอย่าง “พลาสติก ABS” มีความแข็งแรงทนทาน ทำสีได้ง่าย ซึ่งเชื่อว่าจะเป็นวัสดุที่ดีที่สุดเลยทีเดียว

เลือก สปอยเลอร์แบบไหนดี

              ส่วนใหญ่แล้ว ถ้าหากว่าคุณซื้อรถยนต์ใหม่ มักจะมีชุดแต่งจากรถป้ายแดงแถมมาให้ด้วย ซึ่งคุณสมบัติที่ไม่แตกต่างกันของสปอยเลอร์จากศูนย์บริการ ก็อาจจะใช้ได้ในระดับหนึ่ง แต่ในส่วนของความชอบส่วนตัว ก็ขึ้นอยู่กับรสนิยมว่า ต้องการเปลี่ยนตัวชุดแต่งหรือไม่ อีกทั้งนิสัยของผู้ขับขี่ว่า จะขับเร็ว หรือ ขับในเมือง หรือ จะแต่งรถยนต์เอาสวย ก็ขึ้นอยู่กับ เงินในกระเป๋า และ รสนิยมของคุณนั่นเอง

               ข้อแตกต่างที่อาจจะได้เห็นของการใช้ชุดแต่งสปอยเลอร์ ก็คือ การแสดงออกถึงตัวตนของเจ้าของรถยนต์ แต่ทว่าอีกส่วนก็เพื่อความปลอดภัยในการขับขี่ ประโยชน์ในการขับขี่ ซึ่งจะช่วยให้รถยนต์ของคุณมีประสิทธิภาพในการขับที่ดีมากขึ้นด้วย  และ ทั้งหมดนี้คือ ความสำคัญของการแต่งรถด้วย “สปอยเลอร์”

ขอขอบคุณรูปภาพจาก Pixabay.com

ติดตามบทความเรื่องรถได้ที่ รวมเรื่องรถ
เวปไซด์ automotive-story.com และสามารถติดตาม บทความอื่นๆที่น่าสนใจได้ทาง facebook

วิธีการถนอมเกียร์รถออโต้ทำอย่างไรไม่ให้เกียร์ของคุณพังไว 

วิธีการถนอมเกียร์รถออโต้ทำอย่างไรไม่ให้เกียร์ของคุณพังไว 

เกียร์รถออโต้นั้นถือได้ว่าเป็นความพิเศษสำหรับรถยนต์โดยเฉพาะ ซึ่งมีเทคโนโลยีหลายอย่างอยู่ข้างใน และยังมีระบบในการช่วยทำให้คุณขับรถได้ดีมากยิ่งขึ้นอย่างแท้จริง ซึ่งบอกได้เลยว่าถ้าหากคุณเข้าใจหลักการการใช้งานของเกียร์ออโต้ คุณจะขับรถได้ง่าย และสบายมากยิ่งขึ้นแถมยังสามารถช่วยดูแลรถของคุณไม่ให้เกียรติพังหรือสึกหรอได้ง่ายอีกด้วย อ่านมาถึงจุดนี้หลายคนเริ่มสนใจใช่ไหมว่าเกียร์ออโต้นั้นทำความเข้าใจยังไง เราไปรู้จักพร้อมกัน 

1. วิธีการใช้เกียร์ออโต้ถอยหลังอย่างมืออาชีพ 

สำหรับคนที่ใช้เกียร์ออโต้เป็นประจำ หลายคนที่ใช้รถยนต์ที่ต้องการขับถอยหลังเพื่อเข้าซอง หรือต้องการเพื่อที่จะขยับรถคันหลังเล็กน้อย ขอแนะนำให้คุณจอดรถให้สนิทก่อนในช่วงแรก หลังจากนั้นค่อยเปลี่ยนเป็นเกียร์ D แล้วค่อยไปเถอะเป็นเกียร์ r หลังจากรถจอดนิ่งสนิท ด้วยวิธีนี้จะทำให้เกียร์ของคุณนั้นถูกถนอมการใช้งานมากยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นประโยชน์เป็นอย่างมากสำหรับเกลี้ยงออโต้ในปัจจุบัน ซึ่งจะทำให้ชุดเกียร์ของคุณไม่พังง่ายอย่างแน่นอน 

2. คอนโทรลเกียร์ว่างเสมอ ก่อนที่จะเคลื่อนที่ 

เคล็ดลับอีกอย่างหนึ่งที่ทำให้ชุดเกียร์ของคุณนั้นแข็งแรง และทนทาน ใช้งานได้หลายสิบปี คือการเข้าใจหลักการการใช้งานเกียร์อย่างถูกต้อง ก่อนที่คุณจะเปลี่ยนเกียร์ไปใช้งานในรูปแบบอื่น ขอแนะนำให้คุณอยู่ในช่องเกียร์ว่างอยู่เสมอ นั่นก็คือตัว N เพราะในบางครั้งอาจจะมีน้ำมันหล่อลื่นอยู่ในชุดเกียร์ที่ยังไม่เพียงพอ อาจจะทำให้ชุดเกียร์คุณเสียหายเร็วมากยิ่งขึ้นกับรถบางรุ่น วิธีการเข้าสู่ระบบเกียร์ว่างก่อนออกตัวทุกครั้ง จะสามารถช่วยทำให้เกียร์คุณนั้นแข็งแรง และป้องกันการสึกหรอได้มากยิ่งขึ้นกว่าเดิม 

 

3. พยายามอย่าขับรถลากเกียร์ 

ความสามารถของออโต้นั้นมีประโยชน์หลากหลายด้านโดยเฉพาะการขับรถที่สะดวก และสบาย แต่ในบางครั้งอาจจะทำให้ใครหลาย ๆ คนนั้นหลงลืม และขับรถลากเกียร์ได้ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ควรกระทำ โดยเฉพาะเกียร์โหมดพิเศษอย่างเช่น Sport หรือแรลลี่ โหมดในรูปแบบนี้สร้างความเพลิดเพลินได้ก็จริง แต่ไม่ควรจะขับลากเกียร์ยาวจนเกินไป คุณควรจะเปลี่ยนโหมดให้เหมาะสมทุกครั้งในการขับขี่ สามารถช่วยทำให้ 

ชุดเฟืองเกียร์ของคุณนั้นทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ และลดอัตราการเสียหายการสึกหรอในอนาคตได้ยิ่งกว่าเดิม 

การใช้เกียร์ และการขับขี่ที่ถูกต้องสำหรับคนที่ชื่นชอบใช้รถในการเดินทางโดยเฉพาะรถเกียร์ออโต้ และหลาย ๆ คนก็คงจะกลัวว่าชุดเกียร์จะพง ถ้าหากคุณใช้งานตามหลักการของโรงงาน และหลักการของนักขับมืออาชีพ ที่ได้นำเสนอไป รับรองได้เลยว่าเกียร์รถคุณนั้นจะอยู่ไปอีกนาน และก็อย่าลืมบำรุงรักษาประจำปีด้วยล่ะขอขอบคุณ 

ขอขอบคุณภาพจาก https://pixabay.com/

ติดตามบทความเรื่องรถได้ที่ รวมเรื่องรถ
เวปไซด์ automotive-story.com และสามารถติดตาม บทความอื่นๆที่น่าสนใจได้ทาง facebook