DeLorean พร้อมทำการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า 31 พฤษภาคมนี้

DeLorean พร้อมทำการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า 31 พฤษภาคมนี้

มีข่าวออกมาสำหรับ DeLorean รุ่นใหม่อยู่ในระหว่างดำเนินการ และมาพร้อมกับพลังงานไฟฟ้า ผู้รับผิดชอบโครงการนี้คือ DeLorean Motor Company ซึ่งยืนยันผ่าน Twitter ในวันพฤหัสบดีว่าจะมีการเปิดเผย EV ทางออนไลน์ในวันที่ 31 พฤษภาคม แฟนๆ สามารถลงทะเบียนที่เว็บไซต์ของ DeLorean เพื่อดูตัวอย่าง 24 ชั่วโมงก่อนหน้านี้ ภาพทีเซอร์ที่รวมอยู่ในทวีตเป็นการยืนยันว่ารถจะมีบานเกล็ดเหนือกระจกหลังและไฟท้ายแบบ LED แบบเต็มความกว้าง ชื่อ DeLorean จะเรืองแสงด้านหลัง

การวางแผนเริ่มเปิดในเดือนเมษายน DeLorean ทวีตภาพที่เผยให้เห็นมากขึ้น (แสดงด้านล่าง) และกล่าวว่าการเปิดเผยของรถยนต์จริงจะมีขึ้นในวันที่ 18 สิงหาคม การเปิดเผยจะจัดขึ้นที่ทางลาดรางวัลที่ 2022 Pebble Beach Concours d’Elegance ก่อนงาน รถกำลังแสดงบนสนามหญ้าแนวคิดเมื่อวันที่ 21 ส.ค.

เราจะหาชื่อที่ Pebble Beach ด้วย มันจะไม่ถูกเรียกว่า DMC-12 ตามสิ่งที่หัวหน้าฝ่ายการตลาดของ DeLorean Troy Beetz บอกกับ Motor Authority ในเดือนมีนาคม DeLorean กำลังอยู่ในการระดมทุนรอบที่สอง บริษัทจะต้องใช้เงินมากขึ้นเพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่ใหญ่ขึ้น Beetz กล่าวกับ MA แผนการเรียกร้องให้บริษัทเปิดเผยต่อสาธารณะ ในบางจุด CEO Joost de Vries บอกกับ MA แต่ไม่ได้รับไทม์ไลน์ที่ชัดเจน โดย De Vries ได้กล่าวถึงความคืบหน้าว่ารถยนต์ใหม่จะมีระยะทางมากกว่า 300 ไมล์และก้อนแบตเตอรี่ที่มีขนาดใหญ่กว่า 100 กิโลวัตต์-ชั่วโมงด้วยอัตราการชาร์จที่รวดเร็วประมาณ 150 กิโลวัตต์

Beetz กล่าวว่ามันจะเป็นระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ ซึ่งหมายความว่าน่าจะมีมอเตอร์อย่างน้อยสองตัว เรารู้ด้วยว่าจะมีประตูแบบปีกนก เช่นเดียวกับ DMC-12 Italdesign รับผิดชอบการออกแบบและวิศวกรรมบางส่วนที่ตั้งขึ้นบนแชสซีใหม่พร้อมอ่างคาร์บอนไฟเบอร์ที่มีโครงสร้าง รถยนต์จะใช้พลังงานจากส่วนประกอบที่หาซื้อได้ทั่วไป แต่ใช้ซอฟต์แวร์แบบกำหนดเอง ตามที่ De Vries กล่าว คาดว่า DeLorean EV ใหม่จะมีราคาประมาณ 150,000 ถึง 200,000 เหรียญสหรัฐ โดยลูกค้าสามารถจัดส่งได้ในปี 2566

ซุปเปอร์คาร์ DeLorean ที่ใช้พลังงานไฟฟ้าทั้งหมดซึ่งได้รับการตั้งตารออย่างสูงจะได้รับการเปิดเผยอย่างเต็มรูปแบบในปลายเดือนนี้ ก่อนจะเปิดตัวสู่สาธารณะที่ Pebble Beach ในเดือนสิงหาคม DeLorean Motor Company จะเปิดตัวโมเดลในวันอังคารที่ 31 พฤษภาคมนี้ รถที่ได้รับการฟื้นฟูจะใช้แนวทางการออกแบบที่ต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิงจากรถสปอร์ตคูเป้ปี 1980 ซึ่งเป็นที่มาของชื่อ เรียกว่า DeLorean Evolved โมเดลนี้จะเป็นข้อเสนอที่ทันสมัยมาก โดยสิ่งที่ดูเหมือนจะเป็นเพียงการพยักหน้าเล็กน้อยให้กับชื่อที่มีชื่อเสียง

ในปี 2559 ร่างกฎหมายการผลิตที่มีปริมาณต่ำฉบับใหม่ทำให้ DeLorean Motor Company ได้รับไฟเขียวเพื่อสร้าง DMC แบบสเปกดั้งเดิมรุ่นต่อเนื่องจำนวน 300 ตัว แต่กฎข้อบังคับไม่มีผลบังคับใช้จนถึงปี 2019 และไม่มีการยืนยันใดๆ ว่า บริษัทกำลังดำเนินการตามแผนเหล่านี้ควบคู่ไปกับการเปิดตัว EVolved

Tag :  รถยนต์, DeLorean,  รถยนต์ไฟฟ้า

ติดตามบทความเรื่องรถได้ที่ รวมเรื่องรถ
เวปไซด์ automotive-story.com และสามารถติดตาม บทความอื่นๆที่น่าสนใจได้ทาง facebook

ตลาดยานยนต์ GM จะกลับมาฝั่งยุโรปอีกครั้งในโมเดลรุ่นใหม่

ตลาดยานยนต์ GM จะกลับมาฝั่งยุโรปอีกครั้งในโมเดลรุ่นใหม่

                ความต้องการที่เพิ่มขึ้นสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าในยุโรปอาจทำให้ Normal Motors กลับมาสู่ตลาดอีกครั้ง ซึ่งสอดคล้องกับ Mary Barra CEO “เราต้องการทางเลือกในการพัฒนาที่มีอยู่ในขณะนี้ เนื่องจากเราจะกลับเข้าสู่ยุโรปอีกครั้งในฐานะผู้เข้าร่วม EV ทั้งหมด ฉันต้องการไปข้างหน้า” Barra กล่าวผ่านงาน Milken World Convention Assist ในลอสแองเจลิส เมื่อต้นเดือนนี้ สอดคล้องกับ Detroit Free Press

จีเอ็มยุติการดำเนินงานเกือบเก้าทศวรรษในยุโรปหลังจากการขายโอเปิ้ลในปี 2560 ให้กับ PSA Group ซึ่งปัจจุบันเป็นส่วนหนึ่งของสเตลแลนทิส ด้วยการโปรโมตหน่วยงานที่ขาดทุน GM สามารถจัดการกับภาษาจีนที่คุ้มค่าและตลาดอเมริกาเหนือ นอกเหนือจากการเติบโตของ EV และความเชี่ยวชาญในการขับขี่ด้วยตนเองที่กำลังเปิดตัวเท่านั้น จีเอ็มไม่เคยลดความสัมพันธ์กับยุโรปอย่างเต็มที่

ยุโรปเป็นตลาด EV ที่ใหญ่เป็นอันดับสองของโลก (จีนใหญ่ที่สุด) ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าในยุโรปขณะนี้อยู่ที่ประมาณ 20% ของตลาดรถยนต์ใหม่ ตรงข้ามกับตลาดสหรัฐฯ เพียงประมาณ 5-6% เป็นเวลา 90 ปีที่ GM ดำเนินกิจการในยุโรปผ่านแบรนด์ Opel และ Vauxhall แต่กลับประสบปัญหาในการทำกำไรที่นั่น อันที่จริง บริษัทสูญเสียเงินจากการดำเนินงานในยุโรปเป็นเวลา 16 ปีติดต่อกันก่อนที่จะขายทั้งสองแบรนด์ให้กับสิ่งที่เรียกว่าสเตลแลนติสในปัจจุบัน มันยังคงขาย Corvette หรือ Cadillac เป็นครั้งคราวที่นั่น แต่อย่างอื่นส่วนใหญ่หายไปจากทวีปเก่า

แต่ตอนนี้ ในขณะที่การปฏิวัติ EV เริ่มขึ้นในสหภาพยุโรป Mary Barra ซีอีโอของ General Motors กล่าวกับผู้ฟังในสัปดาห์นี้ว่า “ประมาณห้าปีที่แล้ว เราขายธุรกิจ Opel ของเราให้กับ Stellantis ในตอนนี้ และเราไม่มีผู้ขาย ความสำนึกผิดจากธุรกิจการเผาไหม้ภายใน แต่เรากำลังมองถึงโอกาสในการเติบโตที่เรามีในขณะนี้ เพราะเราสามารถกลับเข้าสู่ยุโรปอีกครั้งในฐานะผู้เล่น EV แบบครบวงจร ฉันหวังว่าจะได้สิ่งนั้น”

จากข้อมูลของ Global Fleet Management เมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว GM ได้แต่งตั้ง Mahmoud Samara เป็นกรรมการผู้จัดการของ GM Europe Samara เป็นหัวหน้าฝ่ายขายและการตลาดในอเมริกาเหนือของ Cadillac ซึ่งเขาช่วยเปลี่ยนแบรนด์ดังกล่าวให้เป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์ไฟฟ้าทั้งหมด ภารกิจของเขาในยุโรปคือการสร้าง “การเริ่มต้นระบบเคลื่อนที่ที่ไม่ใช่แบบดั้งเดิม” ที่ยั่งยืนและให้ผลกำไรสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าและยานยนต์ไร้คนขับ ซอฟต์แวร์ บริการด้านการเชื่อมต่อ การขนส่ง และการป้องกัน

Cadillac Lyriq ใหม่และ Corvette แบบไฟฟ้าอาจเป็นตัวเลือกสำหรับการขายในยุโรป แต่ GM อาจจะใช้ความเชี่ยวชาญที่เพิ่งค้นพบในยานพาหนะไฟฟ้าก่อนเพื่อตั้งหลักที่นั่น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง รถตู้ BrightDrop Zevo 600 และ 400 สามารถดึงดูดผู้ประกอบการยานพาหนะ เช่นเดียวกับรถลากพาเลทที่ใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ที่รู้จักกันในชื่อ EP1 รถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติจากแผนก Cruise ของ The General สามารถให้บริการเรียกรถหรือแชร์รถได้ในเมืองที่มีประชากรหนาแน่นกว่าบางแห่งของยุโรป

อย่างไรก็ตาม จีเอ็มจะไม่ใช่เส้นทางลัดสำหรับ GM ซึ่งไม่มีฐานการผลิตในยุโรป Joe Phillippi จาก AutoTrends Consulting บอกกับ The Detroit Bureau ว่า “[It] will be a dogfight” เพื่อแข่งขันกับผู้ผลิตในท้องถิ่น เช่น VW และ Ford ดังนั้น GM “ควรเตรียมพร้อมที่จะเสียเงินจำนวนมหาศาล” เพื่อไปสู่การทำกำไร จีเอ็มรู้วิธีขาดทุนจากการดำเนินงานในยุโรป ตอนนี้คำถามคือ มันรู้วิธีการทำเงินที่นั่นหรือไม่? เจ้าของใหม่ของแผนก Opel เริ่มทำเงินกับแบรนด์ภายในหนึ่งปีหลังจากเข้าควบคุม ซึ่งทำให้บางคนสงสัยว่า GM รู้วิธีการทำธุรกิจในยุโรปจริงๆ หรือไม่ GM ปฏิเสธที่จะบอกว่า EVs รุ่นใดที่จะจำหน่ายในยุโรปหรือเมื่อไรจะจำหน่ายให้กับลูกค้า คอยติดตามเมื่อเรารู้มากขึ้น คุณจะรู้มากขึ้น

ติดตามบทความเรื่องรถได้ที่ รวมเรื่องรถ
เวปไซด์ automotive-story.com และสามารถติดตาม บทความอื่นๆที่น่าสนใจได้ทาง facebook

การซื้อรถหนึ่งคัน ต้องมีค่าใช่จ่ายเพิ่มเติมอะไรบ้าง

การซื้อรถหนึ่งคัน ต้องมีค่าใช่จ่ายเพิ่มเติมอะไรบ้าง

การมีรถยนต์เป็นของตัวเองสักคันไม่ใช่เรื่องง่ายๆ  เนื่องด้วยยุคปัจจุบัน ค่าครองชีพสูง น้ำมันแพงขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลายคนมองว่ารถยนต์มีความสำคัญต่อชีวิตประจำวัน เพราะมีความสะดวกสบาย และมีความปลอดภัยในการขับขี่มากกว่ารถจักรยานยนต์ ปัจจุบันรถยนต์มีหลายแบรนด์มีให้เลือกใช้งาน แล้วทำไมอัตราการซื้อรถยนต์สูงขึ้นในปีที่น้ำมันแพง  อย่างช่วงต้นปีที่ผ่านมา มีการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ๆออกมาแต่ในการซื้อรถยนต์ไม่ได้มีเพียงแค่ค่าผ่อนกับค่าน้ำมันยังมีค่าใช่จ่ายอื่นๆตามมา เช่น

ค่าต่อพรบ.รายปี

ผู้คนที่ขับขี่รถบนท้องถนน จะต้องได้รับความคุ้มครอง เป็นค่ารักษาพยาบาลในกรณีบาดเจ็บ และค่าปลงศพในกรณีเสียชีวิต โดยไม่ต้องพิสูจน์ความผิด ซึ่งบริษัทประกันจะชดใช้ให้แก่ผู้ประสบภัยบนท้องถนน หรือทายาทโดยธรรมของผู้ประสบภัย ภายใน 7 วัน นับตั้งแต่บริษัทได้รับคำร้องขอมา

รถยนต์โดยสาร ที่นั่งไม่เกิน 7 คน (รถเก๋ง) จะต้องเสียค่าทำพรบ.ปีละ 600 บาท

Cr.pic:https://www.tqm.co.th/blog/

ค่าประกันภัยรถยนต์

การประกันภัยเพื่อคุ้มครองความสูญเสียหรือเสียหายอันเกิดจากการใช้รถ ซึ่งได้แก่ ความสูญเสียหรือเสียหายที่เกิดแก่รถยนต์ ได้แก่ความเสียหาย บุบสลาย หรือสูญหายของตัวรถยนต์  นอกจากนี้ ความสูญเสียหรือเสียหายที่รถยนต์ก่อให้เกิดขึ้นแก่ชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สินของบุคคลภายนอก รวมทั้งบุคคลที่โดยสารอยู่ในรถยนต์นั้น แต่การเลือกประกันภัยรถยนต์มีตั้งแต่ประกันภัยชั้นหนึ่งถึงชั้นสามอีกด้วย ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับเงื่อนใขของบริษัทผู้ทำประกัน

Cr.pic: https://www.oic.or.th/th/consumer

ค่าเช็คระยะ

การนำรถเข้าเช็คระยะตามกำหนดที่เหมาะสมนั้นมีส่วนช่วยยืดอายุการทำงานของรถยนต์ จากกิจวัตรประจำวันของเราที่ใช้รถยนต์ในการเดินทางอาจทำให้อะไหล่สึกหลอจนส่งผลต่อระบบอื่น ๆ ดังนั้นการตรวจเช็คจึงช่วยให้เรารู้ว่ามีระบบไหนที่เริ่มเสื่อม ช่างจะทำการประเมินสภาพรถ และทำการเปลี่ยนอะไหล่หรือซ่อมบำรุงให้ นอกจากนี้การเช็คระยะรถยนต์ยังสิ่งสำคัญในการนำรถเข้าเช็คระยะตามกำหนดที่เหมาะสมยังทำให้ผู้ขับขี่อย่างเราสบายใจในสมรรถนะของรถยนต์ซึ่งหลายๆคนมองข้ามไป

Cr.pic: https://www.dlt.go.th/

 ค่าล้างรถ ดูดฝุ่น

สำหรับราคาล้างรถ ดูดฝุ่น โดยส่วนใหญ่จะเป็นราคาที่คิดกันตามประเภทรถยนต์ เริ่มประมาณหลัก 150 – 300 บาท ขึ้นอยู่กับค่าแรง  เครื่องมือ อุปกรณ์ รวมถึงน้ำยาในการทำความสะอาด และความพึงพอใจของคุณด้วย เพราะบางคนบอกว่าล้างเองไม่สะอาด เรียบร้อยเท่าที่ร้านทำให้นั้นเอง

Cr.pic: https://www.tqm.co.th/blog/

ค่าเปลี่ยนยางตามระยะ

โดยปกติแล้วยางรถยนต์ควรเปลี่ยนทุก ๆ 3-5 ปี หรือการขับขี่ที่เกิน 50,000 กิโลเมตรขึ้นไป เพราะยางอาจเกิดการสึกหลอ ถ้าไม่เปลี่ยนอาจเกิดอันตรายต่อตนเองและผู้อื่นได้ควรเลือกให้เหมาะสมกับประเภทรถยนต์ที่ใช้งาน โดยสำหรับค่าใช้จ่ายหลักในการเปลี่ยนยางรถยนต์คือ ค่ายางรถยนต์และค่าช่างซึ่งขึ้นอยูกับประเภทรถและค่ายางรถยนต์ที่เหมาะสมกับรถของคุณ

Cr.pic: https://car.kapook.com/

ติดตามบทความเรื่องรถได้ที่ รวมเรื่องรถ
เวปไซด์ automotive-story.com และสามารถติดตาม บทความอื่นๆที่น่าสนใจได้ทาง facebook

เคล็ดลับการดูแลฟิล์มกรองแสงของคุณ และวิธีการตรวจเช็คว่าถึงเวลาต้องเปลี่ยนแล้วหรือยัง 

เคล็ดลับการดูแลฟิล์มกรองแสงของคุณ

สิ่งหนึ่งที่คนไทยส่วนใหญ่ที่มีรถยนต์ขาดไม่ได้ นั่นก็คือฟิล์มกรองแสง แน่นอนว่าอากาศบ้านเราร้อนมาก จึงทำให้ใครหลาย ๆ คนนั้นประสบปัญหาทางด้านฟิล์มกรองแสงรถยนต์เสื่อมสภาพอย่างรวดเร็ว ในบทความนี้เราจะมาขออธิบายวิธีการดูแลฟิล์มกรองแสงรถยนต์ที่ดี และมีคุณภาพคุณนั้นสามารถทำตามได้โดยทันที และแน่นอนว่าสามารถช่วยให้คุณนั้นยืดอายุการใช้งาน และตรวจสอบฟิล์มกรองแสงของคุณได้อีกด้วยว่าในปัจจุบันถึงเวลาที่จะต้องเปลี่ยนแล้วหรือยัง 

1. ระยะเวลาฟิล์มกรองแสงมาตรฐาน กี่ปีถึงเปลี่ยนครั้ง 

ระยะเวลามาตรฐานฟิล์มกรองแสงแบบมาตรฐาน ถ้าหากเราซื้อฟิล์มที่มีคุณภาพจะสามารถใช้งานได้อย่างน้อย 5 – 10 ปีขึ้นอยู่กับการดูแลการใช้งานในปัจจุบัน แน่นอนว่าจะขึ้นอยู่กับความร้อนที่เราใช้งานขับขี่ และรวมไปถึงสภาพอากาศในปัจจุบัน ซึ่งถ้าหากคุณนั้นดูแลรักษาเป็นอย่างดี ก็จะสามารถช่วยยืดอายุได้นานเกือบ 10 ปีกันเลยทีเดียวกับฟิล์มกรองแสงมาตรฐานคุณภาพดีในปัจจุบัน 

2. การสังเกตการเสื่อมสภาพของฟิล์มกรองแสงรถยนต์ด้วยสี 

สำหรับสีของฟิล์มกรองแสงรถยนต์นั้นสามารถบ่งบอกข้อมูลได้หลากหลายอย่างมากไม่ว่าจะเป็น ฟิล์มกรองแสงของคุณนั้นใกล้หมดอายุ ซึ่งจะมีการเปลี่ยนแปลงของความหนาของชั้นสีที่ลดต่ำลง เรื่องนั้นไม่ค่อยน่าแปลกใจอะไรถ้าหากใช้มาเป็นเวลา 4-5 ปี และอีกสิ่งหนึ่งที่ควรระวัง นั่นก็คือฟิล์มกรองแสงที่ไม่มีคุณภาพ ถูกย้อมสีมา ซึ่งนั่นอาจจะเป็นอันตรายกับสายตา และอุณหภูมิภายในรถของคุณ 

3. ลักษณะของฟิล์มกรองแสงที่ควรจะเปลี่ยน 

สำหรับฟิล์มกรองแสงรถยนต์ที่ไม่มีคุณภาพ หรือฟิล์มกรองแสงที่ใช้มาเป็นเวลานานแล้วหมดสภาพ ก็จะมีลักษณะดังต่อไปนี้ 

  • ไม่ว่าจะเป็นทางด้านฟองอากาศที่ขึ้นอยู่ตามบริเวณของฟิล์มกรองแสงที่อยู่ภายในของคุณ ซึ่งนั่นหมายถึงการขยายตัวของออกซิเจนที่อยู่ภายในฟิล์ม และแผ่นฟิล์มนั้นไม่มีประสิทธิภาพ 

ซึ่งถ้าหากเกิดปัญหาเหล่านี้ เราก็ขอแนะนำให้คุณนั้นรีบเปลี่ยนฟิล์มกรองแสงโดยด่วน เพราะนั่นอาจจะส่งผลเสียตอนที่ใช้งานรถยนต์ของคุณ ซึ่งจะบดบังการมองเห็นมากพอสมควร และอีกอย่างหนึ่ง ฟิล์มกรองแสงเหล่านั้นแทบจะไม่เป็นประโยชน์ในการช่วยกรองแสงของคุณอีกต่อไป เพราะฉะนั้นขอแนะนำให้คุณเปลี่ยนฟิล์มกรองแสงใหม่ เพื่อความปลอดภัยในการขับขี่รถยนต์ของคุณ 

สรุปความน่าสนใจของการดูแลฟิล์มกรองแสงและการเปลี่ยนที่ถูกต้อง 

ฟิล์มกรองแสงรถยนต์ หลายคนนั้นอาจจะมองข้ามความสำคัญ แต่อันที่จริงแล้วเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่สามารถช่วยให้คลายความร้อนได้บนถนนการขับขี่ของเมืองไทย แต่อย่างไรก็ตามถ้าหากหมดสภาพจากการใช้งานปกติทั่วไปก็คงจะไม่มีประโยชน์ ฉะนั้นเราขอแนะนำให้คุณนั้นศึกษาข้อมูลเหล่านี้ และทำตาม รับรองได้เลยว่าจะมีประโยชน์กับตัวคุณอย่างแน่นอน 

ขอขอบคุณภาพจาก https://pixabay.com/

ติดตามบทความเรื่องรถได้ที่ รวมเรื่องรถ
เวปไซด์ automotive-story.com และสามารถติดตาม บทความอื่นๆที่น่าสนใจได้ทาง facebook

คนมีรถควรรู้ จอดรถหน้าบ้านตัวเองผิดกฎหมาย ได้นะ 

คนมีรถควรรู้ จอดรถหน้าบ้านตัวเองผิดกฎหมาย ได้นะ

แน่นอนว่าปัญหาเกี่ยวกับเรื่องการจอดรถของคนไทยสำหรับบ้านที่มีรถยนต์ ถือว่าเป็นปัญหาที่ยังหาทางออกไม่ได้ และในบางครั้งอาจจะเป็นปัญหาระดับชาติเลยก็ว่าได้ โดยเฉพาะผู้ที่พักอาศัยอยู่ที่หอพักหรือว่าคอนโด ที่จอดรถไม่เพียงพออย่างแน่นอน และในบางครั้งแม้กระทั่งหน้าบ้านของตัวเองก็เช่นเดียวกัน ซึ่งในบางครั้งอาจจะสร้างความเดือดร้อนให้กับผู้อื่น และเกิดการทะเลาะเบาะแว้ง โดยที่ไม่จำเป็นก็สามารถเกิดขึ้นได้ เพราะฉะนั้นแล้วก่อนที่เกิดเหตุการณ์แบบนั้นขึ้น มาศึกษากฎหมายจราจรกันก่อนเลย จะสามารถช่วยให้คุณนั้นปลอดภัย และไม่ต้องเสียเงินกลับค่าปรับที่ไม่จำเป็น ง่าย ๆ ได้ดังต่อไปนี้ 

1. คำถามที่พบบ่อยจอดรถหน้าบ้านตัวเองผิดกฎหมายหรือไม่ 

อันนี้ก็ต้องขออธิบายเลยว่า หลายคนนั้นเข้าใจผิดกันมาตลอดว่าจอดรถหน้าบ้านตัวเองนั้นเป็นอะไรที่เหมาะสม และไม่ผิดกฎหมาย อันที่จริงแล้วผู้ขับขี่รถยนต์ส่วนใหญ่ไม่สามารถจอดได้ในทางสาธารณะหรือไม่มีสิทธิ์ที่จะจอดรถในพื้นที่ของเอกชน ยกเว้นแต่จะเป็นที่ให้จอด ซึ่งถือว่ามีความผิดตาม พ.ร.บ. จราจรทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 55 ตามประมวลกฎหมายของการขับขี่รถยนต์ในประเทศไทยที่กล่าวอ้างว่าผู้ขับขี่นั้นห้ามดำเนินการหยุดรถ หรือจอดรถในที่สาธารณะโดยเด็ดขาด ถ้าหากสร้างความเดือดร้อนรำคาญใจให้ผู้ใช้รถใช้ถนนท่านอื่น คุณก็อาจจะกระทำความผิดทางด้านกฎหมายโดยไม่รู้ตัวได้เช่นเดียวกัน 

2. สถานที่ที่ไม่ควรจอดรถเพราะผิดกฎหมาย 

  • สถานที่จอดชิดซ้ายของจุดจอดรถประจำทาง คุณไม่ควรจอดโดยเด็ดขาด
  • บริเวณทางเท้าไว้สำหรับให้บุคคลเดินสัญจรไปมา 
  • บริเวณบนสะพานลอยหรือสถานที่ที่เป็นอุโมงค์ 
  • บริเวณทางร่วม และทางแยก 
  • ในสถานที่ที่ทำเครื่องหมายห้ามหยุดรถ 
  • ในเขตอาคาร และที่พักอาศัย โดยเฉพาะการสร้างความรำคาญใจทางด้านการจราจร และเดินรถ 
  • เขตปลอดภัย บริเวณที่พักอาศัย ซึ่งที่จอดนั้นไม่ควรเป็นที่จอดสาธารณะ 

3. ข้อบัญญัติ และค่าปรับ ของกฎหมาย อาญามาตรา 397

สำหรับท่านใดที่ฝ่าฝืน และสร้างความเดือดร้อนให้กับผู้ร่วมใช้ท้องถนนอยู่ในปัจจุบัน จะมีค่าปรับไม่เกิน 5,000 บาท ซึ่งถ้าหากคุณจอดรถเพียงแค่ขวางทางที่พักอาศัยตัวเอง และสร้างความเดือดร้อน แต่ถ้าหากคุณนั้นจอดรถขวางทาง กลั่นแกล้งหรือคุกคามผู้อื่น ทำให้เดือดร้อนโดยหวังก่อความไม่สงบ คุณอาจจะโดนคดีเพิ่มเติมทางด้านการจอดรถในพื้นที่สาธารณะ และอาจจะมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือนปรับไม่เกิน 10,000 บาทหรือว่าทั้งจำทั้งปรับ แน่นอนว่าเป็นสิ่งที่ทุกคนคงไม่อยากจะพบเจออย่างแน่นอน แต่อย่างไรก็ตามถ้าหากคุณมีช่องทางการจอดรถ ขอแนะนำให้คุณนั้นย้ายรถของคุณออกจากถนนหน้าบ้านจะดีที่สุดเลยเพราะว่าทั้งปลอดภัย และป้องกันปัญหาทางด้านกฎหมายได้อีกด้วยเช่นเดียวกัน

สรุปข้อมูลเกี่ยวกับการจอดรถหน้าบ้านของตัวเอง

ข้อมูลเหล่านี้สามารถประมวลผลโดยรวมกับกฎหมายได้โดยทันที แต่อย่างไรก็ตามทางประเทศไทยนั้นก็ยังมีการอะลุ่มอล่วย เนื่องจากการใช้รถใช้ถนนของคนไทยนั้นมีพื้นที่จำกัดโดยเฉพาะในเมือง และเขตพักอาศัยโดยรวม แต่ถ้าหากเป็นไปได้คุณก็ลองหาสถานที่จอดที่ดีและปลอดภัยจะดีกว่า เพราะว่าจะได้ปลอดภัย และไม่ผิดกฎหมายของประเทศไทยอย่างแน่นอน

ขอขอบคุณภาพจาก https://pixabay.com/

ติดตามบทความเรื่องรถได้ที่ รวมเรื่องรถ
เวปไซด์ automotive-story.com และสามารถติดตาม บทความอื่นๆที่น่าสนใจได้ทาง facebook

4 สัญญาณเตือนอันตราย ควรเปลี่ยนยางรถยนต์

4 สัญญาณเตือนอันตราย ควรเปลี่ยนยางรถยนต์

อันนี้ต้องบอกเลยว่ายางรถยนต์นั้นสำหรับผู้หญิง ถือว่าเป็นเรื่องที่ห่างไกลตัวเองเป็นอย่างมาก และถ้าหากคุณเป็นอีกคนหนึ่งที่ไม่ค่อยได้ใส่ใจ คิดว่าการขับขี่รถยนต์นั้นต้องตรวจสอบระบบเฉพาะเครื่องยนต์ เพียงอย่างเดียว คุณคิดผิดเป็นอย่างมาก เพราะว่ายางรถยนต์นั้นก็ถือว่าเป็นอีกส่วนหนึ่งเช่นเดียวกันที่จำเป็น และสุ่มเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุได้ง่าย ๆ เลยทีเดียว เพราะฉะนั้นแล้วเราจึงได้นำข้อมูลเหล่านี้มาฝากทุกคนกันเพื่อที่จะได้ระมัดระวัง และสังเกตยางรถยนต์ของคุณได้เองว่าควรที่จะเปลี่ยนแล้วหรือยัง 

1. ยางรถยนต์ของคุณนั้นไม่เกาะถนนไม่มีดอกยาง 

ลักษณะของยางรถยนต์ที่ดีก็ต้องมีลายของยาง และการยึดเกาะถนนที่ยอดเยี่ยม ถ้าหากไม่มีดอกยางไว้สำหรับการยึดเกาะถนน อาจจะทำให้คุณนั้นเกิดอุบัติเหตุได้ง่ายยิ่งขึ้นกว่าเดิม สิ่งที่คุณควรสังเกตนั้นก็คือ พื้นยางมีพื้นที่ของลายยางมากพอ ที่จะสามารถใช้ขับบนถนนช่วงเวลาฝนตกได้ แต่ถ้าหากไม่มีแล้ว เราก็ขอแนะนำให้เปลี่ยนได้โดยทันที เพราะไม่เช่นนั้นอาจจะสุ่มเสี่ยงการเกิดอุบัติเหตุในอนาคตได้เช่นเดียวกัน 

2. รอยร้าวบริเวณแก้มยางรถยนต์ สัญญาณอันตรายของยางเสื่อมสภาพ 

แน่นอนว่าสิ่งนี้อันตรายมาก นั่นก็คือการเสื่อมสภาพของยางส่วนใหญ่ประมาณ 80% จะเกิดขึ้นได้กับยางรถยนต์ที่ใช้งานไม่ค่อยบ่อย และมีเวลาการจอดเป็นระยะเวลานาน ๆ ยางเหล่านี้จะเสื่อมสภาพอย่างรวดเร็ว 

ซึ่งแน่นอนว่าจะใช้เวลาการเสื่อมสภาพเหล่านี้ประมาณ 1 – 2 ปี ซึ่งถ้าหากเกิดปัญหาเหล่านี้ขึ้นแล้วขอแนะนำให้คุณนั้น เปลี่ยนยางใหม่โดยทันทีเพื่อความปลอดภัยในชีวิตของคุณเอง เพราะในบางครั้งการขับยานพาหนะที่ไม่สมบูรณ์ โดยเฉพาะยางรถยนต์ที่ไม่มีคุณภาพ ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่เสี่ยงมากในการขับขี่รถยนต์บนท้องถนนในปัจจุบัน 

3. ยางรถยนต์ที่มีลักษณะบวม 

อีกหนึ่งสิ่งที่อันตรายไม่แพ้กัน นั่นก็คือยางรถยนต์ที่หมดสภาพ และมีลักษณะบวม ซึ่งบอกได้เลยว่าเสี่ยงอันตรายเป็นอย่างมากในรูปแบบยางระเบิด สำหรับผู้ที่มีปัญหาในขณะนี้อยู่แล้ว ขอแนะนำให้คุณนั้นเปลี่ยนยางใหม่โดยทันที เพราะว่าจะทำให้คุณนั้นปลอดภัยจากอันตรายในการขับขี่รถยนต์ได้มากกว่าเดิมอย่างแน่นอนอันนี้เราขอแนะนำ 

4. ยางหมดอายุ ในการใช้งาน 

ส่วนใหญ่สำหรับปัญหานี้คุณจะไม่ค่อยพบเจออย่างแน่นอน สำหรับคนที่ใช้ยางใหม่เป็นประจำ แต่สำหรับผู้ที่ใช้ยางเปอร์เซ็นต์อันนี้คุณต้องระวัง เพราะบริเวณแก้มยางจะมีช่วงวันปีที่ผลิตในบางครั้งจะถูกหล่อดอกยางขึ้นมาใหม่ แต่อายุยางนั้นนานก็มีเช่นเดียวกัน ซึ่งสิ่งเหล่านี้คุณควรจะสังเกตก่อนซื้อ และถ้าหากคุณใช้งานมานานแล้วใกล้ถึงวันหมดอายุ คุณก็ควรเปลี่ยนเพื่อป้องกันอันตรายที่จะเกิดขึ้นในอนาคต สำหรับการขับขี่รถยนต์อย่างปลอดภัยของคุณเอง 

สรุปความน่าสนใจของการสังเกตยางว่าควรเปลี่ยนหรือไม่

สำหรับผู้หญิงส่วนใหญ่ถ้าคุณเป็นคนที่ขับรถโดนเดินทางเป็นประจำ สิ่งเหล่านี้นั้นก็อาจจะเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่คุณควรจะใส่ใจ เพราะว่ายางรถยนต์เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่คุณนั้นสามารถสังเกต และป้องกันปัญหาในการใช้งานในอนาคตได้ ซึ่งถ้าหากคุณลองสังเกตดู คุณก็จะสามารถช่วยป้องกันอุบัติเหตุที่จะเกิดขึ้นจากการขับขี่ได้มากยิ่งขึ้นกว่าเดิมแน่นอน เพราะฉะนั้นทุกคนลองนำไปใช้งานกันดู 

ขอบคุณภาพฟรี:  https://pixabay.com

ติดตามบทความเรื่องรถได้ที่ รวมเรื่องรถ
เวปไซด์ automotive-story.com และสามารถติดตาม บทความอื่นๆที่น่าสนใจได้ทาง facebook

4 วิธี Take care รถให้แลดูเหมือนใหม่

4 วิธี Take care รถให้แลดูเหมือนใหม่

สำหรับคนรักรถแล้วเรื่องราวของการดูแลรถยนต์ หรือ ทรัพย์สินที่มีมูลค่าสูงมากอย่างหนึ่งเมื่อทุกท่านนั้นได้ซื้อมาแล้วนอกจากการใช้งานที่ได้ประโยชน์เป็นที่สุดจากยานยนต์ดังกล่าวนี้ ในการเดินทางสัญจรไปทั่วทิศตามใจคุณตามใจปรารถนา ถ้าหากคุณอยากจะให้ยานพาหนะคู่ใจแลดูงดงามสะดุดตาเหมือนใหม่อยู่เสมอ เราจะมีวิธีการเเนะนำให้ทุกคนได้รู้จักกับขั้นตอนการดูแลรถยนต์ ที่ทำดูเหมือนใหม่แบบง่ายๆ ที่ทำได้ด้วยตัวเองที่บ้านเพื่อรถคันเก่งของคุณเชิญทางนี้เลย

1. การดูแลสมรรถภาพรถยนต์

โดยรวมแล้วนอกจากทางเรื่องราวของภายนอก ที่จะต้องดูสวยงามโฉบเฉี่ยวสะดุดตาทางด้านสภาพของสมรรถนะและของเครื่องยนต์นั้นก็ต้องมีการดูแลที่ดียิ่งขึ้นเช่นกัน ซึ่งควรจะต้องตรวจเช็คกับ 2 จุดนี้เป็นอย่างดีกันดีกว่านะ

  • น้ำมันเครื่อง

ส่วนเจ้าน้ำมันเครื่องนี้อาจจะมีหน้าที่เปรียบเสมือนกับร่างกายมนุษย์ นั่นก็คือจะเป็นระบบเลือดที่ไหลเวียนหล่อเลี้ยงภายในของเครื่องยนต์ อีกทั้งยังจะมีความสำคัญทางด้านการช่วยลดอัตราของการสึกหลอซึ่งถ้าคุณไม่ยอมเปลี่ยนน้ำมันเครื่อง อาจจะต้องตามมาด้วยปัญหาจุกจิกอย่างมากมาย ซึ่งแน่นอนว่าควรเปลี่ยนอยู่ตามรอบที่กำหนดอย่างเคร่งครัดเลยนะ

  • ยางรถยนต์

นี่ก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ต้องดูแลให้ดีเช่นกัน เพราะถ้าอยากให้มีการขับขี่ไปบนท้องถนนอย่างมีประสิทธิภาพรวมถึงให้เกิดความปลอดภัยในทุกครั้ง ควรจะเช็คลมยางอย่างสม่ำเสมอ และตรวจดูสภาพลมยางก่อนเดินทางทุกครั้ง เพื่อเพิ่มความปลอดภัยเกี่ยวกับการเดินทางได้มากยิ่งขึ้น

2 การดูแลความสะอาดห้องโดยสารก็นับได้ว่าเป็นสิ่งที่สำคัญเป็นอย่างมาก

นอกจากสีสันของรถยนต์ภายนอกที่สะดุดตา หรือสภาพเครื่องยนต์ที่มีประสิทธิภาพ อย่างหนึ่งที่ควรจะให้ความสนใจไม่น้อยนั่นก็คือ เราจะต้องโฟกัสไปที่ความสำคัญของภายในรถยนต์ ไม่จะเป็นที่วางขา เบาะ หรือกระทั่งแผงคอนโซลภายในรถยนต์ซึ่งสามารถทำความสะอาดได้อย่างง่ายๆ นั่นก็คือ

  • ใช้ผ้าชุบน้ำเพื่อทำความสะอาด

ภายในรถยนต์ ในจุดที่ต้องการความสะอาดนั้นควรใช้น้ำเปล่าที่สะอาด ไม่จำเป็นที่จะต้องผสมน้ำยา

เช็ดในจุดที่สามารถทำความสะอาดได้อย่างง่ายดาย โดยต้องระวังอย่าให้เปียกจนเกินไป

  • เช็คเพื่อดูดฝุ่นในการทำความสะอาดให้ทั่วทุกจุด

ควรจะใช้เครื่องดูดฝุ่นดูดฝุ่นที่ติดตามซอกลึกให้ครบทุกจุด เพื่อจะเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดการฟุ้งกระจายของฝุ่นทั่วไป โดยตั้งแต่เบาะที่นั่งคนขับจนถึงบริเวณที่วางเท้า ซึ่งจะต้องไม่ลืมดูดฝุ่นที่บริเวณใต้พื้นพรมอีกด้วยนะบอกเลย

3 หยุดพฤติกรรมทำร้ายรถ

ถ้าคุณเป็นผู้หนึ่งซึ่งมีความรัก และปรารถนาที่จะใช้งานรถยนต์คู่ใจของคุณไปนานแสนนานแล้วละก็คุณจะต้องไม่ บรรทุกของหนัก หรือบรรทุกเกินอยู่เสมอ โดยถ้าหากทำบ่อยๆ อาจจะต้องเจอกับปัญหาโช๊คที่จะพังเร็วกว่าที่ควร หรือปัญหายางที่เสื่อมประสิทธิภาพเร็วกว่ากำหนดอีกด้วย

สรุป 

ที่นี้ทุกท่านคงจะทราบในขั้นตอนการดูแล และจุดต่างๆ ในการรักษารถ หรือยานพาหนะสุดรักคันเก่งของคุณกันมาบ้างแล้ว ซึ่งถ้าหากอยากจะใช้สารเคมีใดๆ ควบคู่ กับการถนอมรถในรูปแบบอื่นๆ ก็สามารถใช้เทคนิคต่างๆ เข้ามาร่วมด้วยตามอัธยาศัยได้เลยนะ เพราะไม่ว่าอย่างไรทุกสิ่งล้วนเป็นสิ่งที่ดีต่อรถยนต์ เสมอถ้าหากคุณอยากจะพบเจอกับเคล็ดลับดีๆ อย่าลืมติดตามข้อมูลต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ที่ทางเราจะนำมามอบให้อยู่เสมอเลยนะ ที่นี่

ขอขอบคุณภาพจาก https://pixabay.com/

ติดตามบทความเรื่องรถได้ที่ รวมเรื่องรถ
เวปไซด์ automotive-story.com และสามารถติดตาม บทความอื่นๆที่น่าสนใจได้ทาง facebook

4 มุมอับบดบังทัศนะวิสัย กวนใจผู้ใช้รถ

4 มุมอับบดบังทัศนะวิสัย กวนใจผู้ใช้รถ

          บทความสาระน่ารู้เรื่องรถวันนี้ เรามาพูดคุยกันเรื่องของ มุมอับในรถที่บดบังทัศนะวิสัยกวนใจผู้ใช้รถ มาแบ่งปันกัน เพราะสาเหตุที่เกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนที่เราควรระวังมีอยู่มาก ไม่ว่าจะเป็นความบกพร่องของผู้ขับขี่รถเอง เช่นการหลับใน การเมาแล้วขับ การขาดความระมัดระวัง

หรือการไม่เคารพกฎจราจร นอกจากนี้ยังมีอีกหนึ่งสาเหตุที่ไม่ควรมองข้ามคือ มุมอับของรถที่บดบังทัศนะวิสัย แม้ว่ารถยนต์ค่ายดังๆจะพยายามพัฒนาเทคโนโลยีและมีนวัตกรรมใหม่ๆ ใช้เพื่อลดอันตรายจากมุมอับสายตาเวลาขับรถ แต่ก็ยังช่วยไม่ได้ทั้งหมด จึงอยากจะฝากผู้ขับขี่ทุกคนให้ได้ศึกษาเอาไว้จะได้หาวิธีหลบเลี่ยงเพื่อไม่ให้เกิดอุบัติเหตุ ทีนี้มาดูกันว่ามุมอับมุมใดบ้างที่เป็นสาเหตุให้เกิดอุบัติเหตุได้

          1.มุมอับของกระจกมองข้าง เมื่อเราใช้กระจกมองข้าง สิ่งที่เราจะเห็นคือรถที่ตามมาในเลนด้านข้าง ค่อนไปทางหลังทั้งซ้ายและขวา แต่คันที่วิ่งเลยมาข้างหน้า อาจจะมองจากกระจกมองข้างไม่เห็น เพราะอยู่นอกรัศมีการสะท้อนของกระจก และถ้าเรามองจากกระจกด้านข้างเราจะไม่เห็นรถมอเตอร์ไซด์ที่เลนขวา และไม่เห็นรถยนต์ที่ขับคู่มาในแลนซ้าย จึงแนะนำให้มองออกไปยังถนนจริงๆ โดยไม่ใช้กระจกมองข้าง ทั้งนี้เพื่อช่วยให้สามารถตัดสินใจให้ดีขึ้น

            2.มุมอับหน้ารถ การมองเห็นด้านหน้ารถ อาจถูกบังด้วยเสาA  คู่แรกจากด้านหน้าที่ใช้สำหรับติดตั้งกระจกบานหน้า หรือคู่หน้านั่นเอง รถยนต์บางรุ่นมีเสาA ที่มีขนาดใหญ่ที่หนาขึ้นกว่าเดิม เพื่อเสริมความปลอดภัย แต่ก็จะบดบังทัศนะวิสัย ทำให้สายตาของเรามองไม่เห็น เช่นทางด้านขวาของตัวรถจะมีบางมุมที่เสาA บังอยู่ เมื่อผู้ขับขี่จะเลี้ยวรถ หรือกลับรถก็จะมองไม่เห็นสิ่งกีดขวาง หรือรถที่ขับตามมาในมุมนั้น ทางแก้คือให้ปรับเบาะให้อยู่ในตำแหน่งที่ไม่เอนหรือตรงมากเกินไป และให้อาศัยการหันไปมองข้ามหัวไหล่ก็จะช่วยในการลดอันตรายได้

            3.มุมอับของกระจกมองหลัง ตำแหน่งของกระจกมองหลังถูกออกแบบมาเพื่อให้มองเห็นรถที่วิ่งตามมาในช่วงหลังของรถ ซึ่งจำเป็นอย่างมากในการใช้ขับแซง การเปลี่ยนเลน หรือการถอยรถ เพราะจะมีมุมอับบางจุดเกิดขึ้น เช่น เวลาที่เราขับอยู่ในเลนกลางแล้วรถที่ตามมาขับแซงขึ้นมาเร็วๆ เราอาจจะต้องใช้วิธีมองกระจกด้านข้างช่วย และอย่าขับเร็วเกินไปในช่วงที่มีรถขับมา

            4.มุมอับของการขับตามรถที่ใหญ่กว่า ข้อนี้ไม่ได้เกิดจากรถของเราโดยตรง แต่มีโอกาสพบบ่อยและอันตรายมาก เพราะการขับตามรถที่มีขนาดใหญ่ทำให้เรามีทัศนะวิสัยที่แย่ลง และมีการตัดสินใจได้ยากขึ้น ทางที่ดีควรพยายามหาจังหวะแซง หรือค่อยๆ ตามอย่างระมัดระวังและลดความเร็วลง

            มุมอับทั้ง 4 มุมที่เอามาฝากในวันนี้ ทำให้พบเจออุบัติเหตุได้บ่อยและต้องระวัง และอีกหนึ่งอย่างที่จะช่วยได้คือ ต้องตั้งสติก่อนสตาร์ท เวลาขับรถควรควบคุมความเร็ว และมีสมาธิในเวลาขับรถ อย่าเล่นโทรศัพท์ อย่าวอกแวก หมั่นมองรอบๆข้างและมองกระจกหลายๆบาน เพื่อช่วยในการตัดสินใจ และช่วยให้ปลอดภัยขึ้นได้

ติดตามบทความเรื่องรถได้ที่ รวมเรื่องรถ
เวปไซด์ automotive-story.com และสามารถติดตาม บทความอื่นๆที่น่าสนใจได้ทาง facebook

วิธีเอาตัวรอด เมื่อรถยางระเบิดขณะขับขี่

วิธีเอาตัวรอด เมื่อรถยางระเบิดขณะขับขี่

          สาระน่ารู้เรื่องรถครั้งนี้ เราเอาเรื่องของ วิธีเอาตัวรอดและแนวทางที่ต้องปฏิบัติ เมื่อยางรถระเบิดในขณะที่กำลังขับขี่มาฝากกัน และแม้ว่าคุณกำลังขับรถ วิธีสังเกตง่ายๆ ว่า ยางรถข้างในของคุณที่ระเบิด คือ  คุณต้องจำไว้ว่า ไม่ว่ายางเส้นไหนจะระเบิด ไม่ว่าจะเป็นการระเบิดที่ยางล้อหน้าหรือยางล้อหลัง รถจะเกิดปฏิกิริยาดังนี้ ถ้ายางรถระเบิดที่ด้านขวา รถก็จะมีอาการแฉลบไปทางด้านขวาก่อน แล้วจึงจะสะบัดมาทางด้านซ้าย ก่อนที่จะสะบัดกลับไปทางด้านขวาที่ล้อระเบิดอีกครั้ง

 คือรถจะสะบัดสลับกันไปมา แต่ในทำนองตรงกันข้ามถ้ายางรถระเบิดทางด้านซ้ายอาการสะบัดของรถก็จะสะบัดกลับกันในทิศทางตรงกันข้าม ถ้าสังเกตอาการสะบัดตามหลักการดังกล่าวนี้ได้ คุณก็จะรู้ได้ทันทีว่ายางรถด้านไหนของคุณที่ระเบิด รู้ก่อนที่คุณจะมีโอกาสได้ลงไปดูด้วยตาคุณเอง เมื่อสามารถหยุดรถได้อย่างปลอดภัยแล้ว

          แล้วจะต้องทำอย่างไรบ้าง? ถ้ายางรถระเบิดในขณะที่คุณกำลังขับรถอยู่ มาดู 8 ข้อที่คุณต้องทำกัน

          1.มือทั้งสองของคุณต้องจับอยู่ที่พวงมาลัยอย่างมั่นคง อย่าตกใจ หรือหักพวงมาลัยเพราะจะทำให้เสียหลัก แล้วพุ่งชนสิ่งรอบๆตัวได้

            2.ถอนคันเร่งออก หลายคนเวลาตกใจมักเหยียบคันเร่ง จะทำให้ยิ่งอันตราย

            3.ควบคุมสติให้ดีอย่าได้ตกใจ คอยสังเกตมองกระจกหลังเพื่อให้ทราบว่ามีรถใดตามมาด้านหลังบ้าง

            4.แตะเบรกอย่างแผ่วเบา และแตะถี่ๆ อย่าแตะแรงเป็นอันขาด เพราะจะทำให้รถเกิดการหมุน

            5.ห้ามเหยียบคลัตช์โดยเด็ดขาด เพราะการเหยียบคลัตช์จะทำให้รถไม่เกาะถนน เกิดการลอยตัวและบังคับรถได้ยากมากยิ่งขึ้น อาจจะเสียหลัก เพราะการเหยียบคลัตช์เป็นการตัดแรงบิดของเครื่องยนต์ให้ขาดออกจากเพลา

            6.ห้ามดึงเบรกมือเป็นอันขาด เพราะจะทำให้รถหมุน อย่าลืมว่ามันคือชีวิตจริงไม่ใช่ภาพยนตร์ Fast อย่างที่ได้ชมกัน

            7.เมื่อความเร็วรถลดลงพอประมาณแล้วให้เปิดสัญญาณเลี้ยวเข้าข้างทางซ้ายมือ

            8. เมื่อความเร็วลดระดับลงจนควบคุมได้แล้วให้เปลี่ยนเป็นเกียร์ต่ำลงและหยุดรถ

            ทั้งหมดคือทางรอดทั้ง 8 ข้อที่คุณต้องทำเมื่อรถยางแตกขณะที่คุณกำลังขับขี่ แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดที่จะทำให้คุณสามารถทำตามทั้ง 8 ข้อที่แนะนำนี้ได้คือ คุณต้องมีสติ อย่าใช้อารมณ์ในขณะเกิดเหตุ คุณถึงจะสามารถทำตาม 8 ข้อที่บอกมาได้

            และสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ หมั่นตรวจเช็คสภาพยางรถยนต์ของคุณให้อยู่ในสภาพที่พร้อมใช้งานและมีประสิทธิภาพอยู่เสมอ ไม่เช่นั้นจะเข้าทำนองเสียน้อยเสียยาก เสียมากเสียง่าย และเมื่อขับขี่รถยนต์ทุกครั้งอย่าลืมปฏิบัติตามกฎจราจร และมีน้ำใจกับผู้ขับขี่ที่ใช้ถนนร่วมกันด้วย

ติดตามบทความเรื่องรถได้ที่ รวมเรื่องรถ
เวปไซด์ automotive-story.com และสามารถติดตาม บทความอื่นๆที่น่าสนใจได้ทาง facebook

3 วิธีการกำจัดปัญหารอยขีดข่วนกับสีรถยนต์

3 วิธีการกำจัดปัญหารอยขีดข่วนกับสีรถยนต์

รับประกันได้เลยว่าทุกคนที่มีรถยนต์ จะกังวลใจกับเรื่องนี้อย่างแน่นอน นั่นก็คือปัญหารอยขีดข่วน ใช่แล้วคุณอ่านไม่ผิดแต่อย่างใด ปัญหานี้นั้นเราเชื่อได้เลยว่าทุกคนน่าจะกังวลใจไม่แพ้กัน และบางคนกำลังพบเจอปัญหานี้อยู่อย่างแน่นอน ซึ่งเรามีวิธีการแก้ไขปัญหาเหล่านี้ได้แบบง่าย ๆ ที่คุณนั้นสามารถทำได้ด้วยตัวคุณเอง วิธีการง่ายมาก แต่เราต้องบอกก่อนว่าวิธีการเหล่านี้เป็นวิธีการแบบ DIY ที่สามารถทำได้ที่บ้านเท่านั้นแต่ถ้าหากเป็นรอยที่มีร่องลึกจนต้อง ใช้สีเดิมในการเพิ่มเติมความสวยงามแล้ว เราก็เราขอแนะนำให้ไปพบช่างแต่ถ้าหากเป็นรอยขีดข่วนแบบปกติ คุณก็สามารถใช้วิธีการเหล่านี้ได้เช่นเดียวกัน ซึ่งวิธีการก็มีดังต่อไปนี้ 

1. วิธีการกำจัดรอยขีดข่วนบาง ๆ แบบขนแมวด้วยกระดาษทรายละเอียดแบบสุด ๆ 

สำหรับใครที่มีปัญหารอยขีดข่วนบาง ๆ แบบขนแมวที่ติดอยู่ตามกระโปรงรถ และบริเวณตัวถังของคุณแล้วก็ขอแนะนำวิธีการที่ดีที่สุด ซึ่งสามารถช่วยให้คุณนั้นประหยัดเงินหลักพันได้เลยทีเดียวด้วยกระดาษทรายเบอร์ 3,000 ให้คุณนั้นนำกระดาษทรายเบอร์นี้พร้อมกับน้ำเล็กน้อยให้คุณถูวนน้ำเบาๆในจุดที่มีปัญหา ซึ่งวิธีนี้จะสามารถทำให้คุณนั้นลบเลือนรอยขีดข่วนออกไปได้แบบง่าย ๆ และแน่นอนว่าเมื่อเสร็จแล้ว เราขอแนะนำให้คุณใช้สเปรย์เคลือบเงาหรือน้ำยาเคลือบเงา เพื่อเก็บงานจะสามารถช่วยให้คุณนั้นประหยัดเงินได้หลายพันเลยทีเดียว 

2. การแก้ไขปัญหารอยขีดข่วนของสีรถยนต์ ด้วยยาสีฟันใช้งานได้ผลจริง 

เคล็ดลับที่ได้ผลดีไม่แพ้กัน นั่นก็คือการใช้ยาสีฟัน 1 หลอดในการแก้ไขปัญหาเรื่องสีของรถยนต์ของคุณที่ไม่ได้มีร่องรอย จนถึงขั้นขูดกับตัวถังโลหะหรืออลูมิเนียม ขอแนะนำให้คุณนั้นใช้ยาสีฟันที่มีส่วนผสมของWhitening ซึ่งวิธีนี้จะสามารถช่วยให้รถยนต์ของคุณปรับสภาพสีกลับมาใกล้เคียงกับของเดิมได้อย่างรวดเร็ววิธีการทำ ก็มีขั้นตอนดังต่อไปนี้นั่นก็คือ 

การใช้ผ้า สะอาด 1 ผืนกับยาสีฟัน บีบจำนวนเท่าเม็ดถั่วในการวนตามจุดแต่ละจุด ซึ่งวิธีนี้จะสามารถช่วยให้ลบเลือนร่องรอยการขีดข่วนได้มากพอสมควร และแน่นอนว่านี่คือความมหัศจรรย์ของยาสีฟันอย่างแท้จริงซึ่งคุณนั้นสามารถทำตามได้เลยทันที 

3. น้ำยาขัดสีรถ ช่วยกำจัดร่องรอยหนักได้ 

สำหรับใครที่มีร่องรอยการเฉี่ยวชน และมีสีที่แปลกปลอมนอกเหนือจากสีของรถคุณ คุณสามารถใช้ผลิตภัณฑ์น้ำยาขัดสีรถเป็นตัวช่วยอีกอย่างหนึ่ง ที่สามารถกำจัดสีรถของรถคันที่ชนคุณได้ ซึ่งจะสามารถกำจัดปัญหาเหล่านี้ออกได้แบบง่าย ๆ และรวดเร็ว วิธีการก็ใช้การทาน้ำยาเหล่านี้ลงไปแล้วใช้ผ้านุ่ม ๆ วนกับน้ำเล็กน้อย ซึ่งจะใช้เวลาไม่นานก็จะสามารถกำจัดสีรถของผู้ที่มาเฉี่ยวชนคุณได้

 แน่นอนว่าถ้าหากแผลนั้นไม่ลึกมาก และไม่เข้าไปถึงสีผิวของเนื้อจริง คุณก็สามารถใช้วิธีการสอนวิธีขั้นตอนด้านบนได้เช่นเดียวกันซึ่งจะสามารถช่วยให้คุณประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากกว่าเดิม กับการดูแลรักษาสีรถยนต์ของคุณได้มากเลยทีเดียว 

สรุปความน่าสนใจโครงการดูแลสีรถยนต์ แบบง่าย ๆ โดยไม่ต้องเข้าอู่ 

สำหรับท่านใดที่กำลังคิดว่ามีปัญหาเกี่ยวกับการดูแลรักษาสีรถอยู่ในปัจจุบัน คุณลองนำวิธีการเหล่านี้ไปใช้ดูรับรองได้เลยว่าคุณนั้นจะต้องประทับใจอย่างแน่นอนกับการช่วยดูแลสีรถที่ดี และประหยัดเงิน 

ขอขอบคุณภาพจาก   https://pixabay.com

ติดตามบทความเรื่องรถได้ที่ รวมอุปกรณ์ตกแต่งรถ
เวปไซด์ automotive-story.com